Archive for the ‘Corsair AX860i’ Category

  • [รีวิว]ผลการทดสอบ Corsair AX860i Digital PSU !!

    Date: 2013.06.03 | Category: AX860i, Corsair, Corsair AX860i, Corsair PSU, ข่าว IT ล่าสุด, ข่าว IT เทคโนโลยี, ข่าวสาร Hardware | Response: 0

    ช่วงนี้ข่าวสารอุปกรณ์หรือชื้นส่วนคอมพิวเตอร์ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ดังนั้น วันนี้ทีมงานจึงสามารถไปหาบทความผลการทดสอบมาแปลและลงให้ได้นะครับ และสำหรับรีวิวนี้เป็นผลการทดสอบของ Corsair AX860i Digital PSU จากเว็บต่างประเทศที่ได้นำเสนอข่าวกันไปแล้วนะครับ แต่ว่าจะแปลจากของเว็บ TechPowerUp แทนนะครับ จะสุดยอดแค่ไหน จะถูกใจแฟนๆ เพียงใด ติดตามด้านในเลยครับ

    Introduction

    หลังจากที่เขย่าวงการ PSU (Power Supply Unit) รุ่นใหญ่ด้วย AX1200i ไปแล้ว Corsair ยังคงเขย่าวงการ PSU รุ่นกลางด้วย AX760i และ AX860i ซึ่งทั้งสองยังคงออกแบบโดยใช้ DSP (Digital Signal Processing) ควบคุมการทำงานทั้งหมดของ PSU ซึ่งทำให้สมรรถนะการทำงานอยู่ในระดับสูงสุดทุกสภาวะ  นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับสายไฟที่ถอดได้ทั้งหมด (fully modular cable) ได้รับการรับรองประสิทธิภาพการแปลงไฟที่ 80+ Platinum ระบบกึ่งไร้พัดลมที่พัดลมของ PSU จะไม่ทำงานที่ระดับการโหลดต่ำ Corsair ได้จัดการเอาสิ่งต่างๆ อันไม่ธรรมดาที่มีใน AX1200i มาใส่ในรุ่นเล็กกว่า และนั่นเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการไฟระดับ 1200 วัตต์ครับ

    สิ่งที่นิยมกันทั่วไปคือทำให้อุปกรณ์ในระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง อย่างไรก็ตามยางบริษัทก็เข้าสู่ตลาดการแข่งขันอีกครั้ง ด้วยการทำสถิติ PSU ที่ “แข็งแกร่งที่สุด” ในตลาดแข่งขัน และได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันในตลาดนั้นพอสมควร (เปรียบเทียบได้กับรถแข่ง formula One ซึ่งเป็นรถแข่ง ซึ่งเทคโนโลยีบางอย่างในรถแข่งก็เอาไปใช้ในรถสำหรับผู้บริโภคทั่วไปด้วยหลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง) แต่ PSU ที่ให้พลังมากนั้นเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่และผู้บริโภคก็คำนึงถึงส่วนนี้มากเช่นกัน ดังนั้น AXi PSU ที่ให้พลังน้อยกว่าจึงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากกว่ารุ่นพี่ใหญ่ซึ่งเจาะตลาดสำหรับเหล่า overclocker โดยเฉพาะ

    สำหรับในรีวิวนี้ ผู้ทดสอบจะเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับ AX860i ซึ่งเจ้าตัวนี้มีสายไฟเท่ากับรุ่น 760i แต่ให้วัตต์ที่มากกว่า สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหรือวางแผนจะสร้างระบบคอมพิวเตอร์โดยใช้ 3-Way SLI หรือ Crossfire แล้ว PSU ตัวนี้ให้พลังนั้นได้อย่างสบาย (จริงๆ แล้วน่าจะได้แต่ 2-Way SLI หรือ Crossfire นะครับ – ทีมงาน)

    Specifications

    Corsair AX860i Features & Specs

    Max. DC Output               860W PFC                          Active PFC Efficiency                   80 PLUS Platinum Operating temperature        0°C – 50°C Protections                  Over Voltage Protection                              Over Current Protection                              Over Power Protection                              Over Temperature Protection                              Short Circuit Protection Cooling                      120 mm Double Ball-Bearing Fan (D12BH-12) Dimensions                   150 mm (W) x 86 mm (H) x 160 mm (D) Weight                       1.9 kg Compliance                   ATX12V v2.31, EPS 2.92 Warranty                     7 years Price at time of review      $249.99 (exc. VAT)

    สำหรับ PSU ตัวนี้ก็เหมือนกับ AXi PSU ตัวอื่นๆ นั่นคือได้รับการรับรองประสิทธิภาพที่ 80+ Platinum สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่แม้ว่าอุณหภูมิของบรรยากาศในที่นั้นจะร้อนถึง 50°C ก็ตาม ส่วนระบบป้องกันนั้นมีมาให้ครบทุกอย่าง เว้นแต่ Under Voltage Protection (ระบบป้องกันแรงดันไฟต่ำเกินไป) ส่วนที่เป็นระบบป้องกันที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือ ระบบป้องกันอุณหภูมิสูงเกิน (Over Temperature Protection, OTP) ก็มีเช่นกัน ส่วนพัดลมที่ใช้ระบายความร้อนนั้นเป็นขนาด 120 มม. เนื่องจากตัว PSU มีขนาดเล็กกว่า และพัดลมก็มาพร้อมกับตลับลูกปืนแบบลูกปืนคู่ (double-ball bearings) เพื่อให้ทำงานอย่างไม่มีที่ติตลอดอายุของ PSU ที่รับประกัน ซึ่งก็ระบประกันถึง 7 ปีเต็มเลยทีเดียว ส่วนราคานั้นต้องบอกว่าอยู่ในระดับสูงมาก โดยเฉพาะผู้ที่ดูเฉพาะแต่พลังวัตต์ที่ได้เท่านั้นแต่ไม่คำนึงถึงสิ่งที่แปลกประหลาดกว่าอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่ใช้ เทคโนโลยีที่ใช้เป็นครั้งแรกในวงการ PSU และแน่นอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งแรกและดีนั้น ก็ต้องมีราคาสูงอยู่แล้ว และราคาจะลงก็ต่อเมื่อต้นทุนการผลิตลดลง หรือมีผู้แข่งขันมาตีตลาดครับ

    Corsair AX760i Power Specs

    Rail                3.3V5V12V5VSB-12V Max. Power          25A25A71.6A3A0.8A                     125W859.2W15W9.6W Total Max. Power    860W

    เจ้า PSU ตัวนี้มาพร้อมกับไฟสาย +12V แบบรางเดียวซึ่งให้กำลังวัตต์สูงสุดของ PSU ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยโปรแกรมสนับสนุนที่ติดมาด้วยนั้นสามารถตั้งระบบป้องกันการใช้ไฟฟ้าเกิน (Over Current Protection, OCP) ซึ่งสามารถทำให้สาย +12V กลายเป็นแบบหลายรางได้ สามารถตั้งได้ถึง 6 รางด้วยกัน ส่วนไฟสายอื่นๆ นั้นก็ยังคงให้กำลังวัตต์ที่สูงมากพอสำหรับระบบที่ทันสมัย และสาย 5VSB ก็ยังให้กำลังวัตต์ที่มากกว่าปกติทั่วไปเล็กน้อย (ปกติที่เห็นคือ 2.5 แอมป์)

    Cables & Connectors, Power Distribution            Modular Cables ATX connector (610mm)                 20+4 pin 4+4 pin EPS12V (650mm)                2 6+2 pin PCIe (600mm + 150mm)          4 6+2 pin PCIe (600mm)                  2 SATA (400mm+100mm+100mm+100mm)        8 SATA (550mm+100mm+100mm+100mm)        4 4 pin Molex (450mm+100mm+100mm+100mm) 8 FDD (+100mm)                          2 Corsair Link cable (800mm)            1 เจ้า AX860i นั้นมาพร้อมกับสายไฟแบบถอดได้ซึ่งจำนวนสายไฟนั้นเท่ากับรุ่นที่ให้กำลังวัตต์น้อยกว่า นั่นคือตัว AX760i ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไรเนื่องจากให้สายไฟมาเยอะเช่นกัน ด้วยสายไฟต่อ PCI-E 6+2 pin ทั้งหมด 6 หัว และสายต่อ EPS อีก 2 หัว เพียงพอต่อระบบระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ 3-Way SLI หรือ Crossfire (แต่ไฟจะจ่ายพอหรือไม่นั่นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ – ทีมงาน) หรือสามารถต่อกับบอร์ด server ที่มี CPU จำนวน 2 ตัวได้ด้วยครับ หัวต่อ SATA ก็มีมาให้ถึง 12 หัวซึ่งเพียงพอแน่สำหรับเคสทุกเคส ส่วนหัวต่อ 4 pin Molex ที่มีถึง 8 หัวต่อก็เพียงพอสำหรับพัดลมและสิ่งอื่นๆ ที่จะใส่ตกแต่งเพิ่มเติมได้ครับ

    หัวต่อทุกหัวมาพร้อมกับสายไฟที่ค่อนข้างยาว ดังนั้นผู้ใช้เกือบทั้งหมดไม่น่าจะมีปัญหา แม้ว่าจะเป็นเคสแบบ full-tower ขนาดใหญ่ก็ตาม ระยะห่างระหว่างหัวเสียบ PCI-E และ SATA นั้นเพียงพอแล้ว แต่สำหรับ 4 pin Molex นั้นยังไม่เพียงพอ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้หัวต่อ SATA เช่น HDD หรือ SSD นั้นปกติจะอยู่ใกล้กันอยู่แล้ว แต่อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้หัวต่อ 4 pin Molex นั้นส่วนมากจะติดตั้งห่างกันมาก ดังนั้นนะยะห่างรหว่างหัวต่อที่มีเพียง 100 มม. อาจทำให้ปวดหัวได้ แต่ด้วยจำนวนหัวต่อที่มีมากทำให้บรรเทาปัญหานี้ไปได้

    สุดท้าย สายไฟ 24 pin ATX นั้นใช้สายไฟที่ใหญ่กว่า นั่นคือขนาด 16 gauge เพื่อไม่ให้แรงดันไฟตก ส่วนสายไฟอื่นๆ ยกเว้น FDD นั้นยังคงใช้ขนาดธรรมดา นั่นคือขนาด 18 gauge

    เนื่องจากเจ้า AX860i นั้นมีไฟสาย +12V แบบรางเดียวจึงไม่มีอะไรให้พูดถึงมากในส่วนนี้ นอกจากสามารถตั้งให้เป็นแบบ 6 รางได้ผ่านโปรแกรม Corsair Link นั่นเอง

    Packaging

    ชุดผลิตภัณฑ์นั้นเหมือนกับของ AX760i เลยครับ แต่ที่ต่างคือชื่อรุ่นที่อยู่บริเวณด้างล่างขวาของด้านหน้ากล่อง เครื่องหมาย Corsair Link, 80+ Platinum และรูปตัวของ PSU ขนาดเล็กที่หันด้านพัดลมขึ้น และตราของ Corsair ก็อยู่ด้านหน้ากล่องเช่นกันครับ       ส่วนด้านหลังของกล่องนั้นมีข้อมูลมากมายสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ (หรือแม้กระทั้งผู้ทดสอบ!!) สำหรับผู้เริ่มต้องนั้น กราฟ 2 กราฟนั้นแสดงถึงประสิทธิภาพในการแปลงไฟฟ้าและลักษณะการทำงานของพัดลม จากกราฟแสดงลักษณะการทำงานของพัดลมแสดงให้เห็นว่า พัดลมจะเริมหมุนตอนที่โหลดถึง 20% และจะเริ่มใช้ตัวควบคุมพัดลมเมื่อโหลดถึงจุด 30% ซึ่งกล่องแบบใหม่นี่แสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง ส่วนด้านข้องถัดมานั้นจะเป็นข้อมูลของ Corsair Link ข้อมูลของการใช้ระบบดิจิตอลควบคุม PSU มีเครื่องหมายรับประกัน 7 ปี และสุดท้ายจะเป็นตารางรายละเอียดการจ่ายไฟครับ

    ด้านบนของกล่องนั้นแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสายไฟต่างๆ ที่มาพร้อมกับ PSU อย่างครบถ้วน พร้อมกับบอกความยาว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของปุ่มทดสอบตัวเอง (self-test) ด้วย

    สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับด้านนี้คือตารางที่แสดง PSU ทุกรุ่นของ Corsair พร้อมกับแสดงคุณสมบัติที่สำคัญของแต่ละรุ่น โดยในขณะนี้รุ่นที่สูงสุดคือ AXi ครับ

    Contents

    เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับหนังสือคู่มือการใช้ซึ่งเป็นแบบที่ใช้กับ AXi ทุกรุ่น หนังสือรับประกันสินค้าอยู่ทางด้านขวา (ดูภาพล่างสุด) และหนังสือที่เชิญผู้ ใช้ให้ไปดาวน์โหลด Corsair Link ที่หน้าผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของเว็บเนื่องจากไม่ได้แถมแผ่นโปรแกรมมาให้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า Corsair อัพเดท Corsair Link บ่อยมาก ดังนั้น การดาวน์โหลดจากเว็บจึงทำให้แน่ใจได้ว่า ผู้ใช้ได้โปรแกรมเวอร์ชั่นล่าสุดมาใช้อย่างแน่นอน

    ตัว PSU นั้นได้รับการปกป้องอย่างดีด้วยแผ่นโฟมอย่างหนา 2 แผ่น และตัว PSU ก็อยู่ในถุงผ้ากำมะหยี่ครับ       ส่วนถุงขนาดใหญ่อีกใบหนึ่งนั้นบรรจุด้วยสายไฟทุกเส้นและของแถมอื่นๆ ซึ่งประกอบด้วยสายไฟขาเข้า สายรัดสายไฟ ตราสัญลักษณ์ที่ใช้ติดเคส น็อตยึด และแผ่นยางกาวครับ       ส่วนถุงนี้ภายในบรรจุสายหัวแปลง USB เชื่อมต่อ Corsair Link และสายสัญญาณที่ใช้ต่อเข้ากับ PSU แต่หัว USB นั้นใช้เชื่อมต่อได้เฉพาะหัว USB บนบอร์ดเท่านั้น เพราะไม่มีหัวเชื่อมต่อกับ USB port แบบปกติครับ

    ในส่วนของ Corsair Link นั้นขอตัดออกไปนะครับ โดยสามารถอ่านรายละเอียดได้จากรีวิวของ AX1200i ที่เว็บเราได้นำเสนอไปแล้วครับ

    Exterior ตัวของเจ้า AX860i นั้นดูดีมากครับ ต้องขอบคุณการออกแบบตระแกรงพัดลมซึ่งสร้างความน่าสนใจเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว ส่วนด้านอื่นๆ นั้นก็ยังคงเป็นไปตามแบบฉบับปกติครับ โดยที่ด้านที่เป็นลมออกนั้นก็จะเป็นช่องแบบรังผึ้งและมีสติ๊กเกอร์ขนาดเล็กแสดงรหัสของรุ่นติดอยู่ด้วย ด้านหลังก็มัความน่าสนใจไม่แพ้กันเพราะมีช่องเสียบสายไฟเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะมีตัวหนังสือกำกับ เพื่อให้ง่ายต่อการตั้งค่าเมื่อใช้ร่วมกับ Corsair Link ส่วนน็อตที่ใช้นั้น เจ้า AX860i ไม่ใช้น็อตแบบทั่วไป ดังนั้น จึงต้องใช้ไขควงหัวพิเศษในการขัน และแน่นอนว่า การขันน็อตออกจะทำให้การรับประกันสิ้นสุดลง สุดท้ายฉลากติดด้านล่าง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นสิ่ง “รบกวน” ในเคสที่เป็นแบบหน้าต่างใสครับ       ผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อสาย Corsair Link กับช่อง COMM port (ช่องสำหรับต่อสายสัญญาณสื่อสาร) เพื่อที่ให้สามารถควบคุมและดูสถานะของ PSU ผ่านโปรแกรมได้ ปุ่มกดที่แสดงในรูปถัดลงมานั้นเรียกว่า “ปุ่มทดสอบตัวเอง” และเมื่อผู้ใช้กดแล้วพัดลมของ PSU เริ่มหมุนและไฟสีเขียวสว่างขึ้นก็จะแสดงว่าการทำงานของ PSU เป็นไปด้วยดีนั่นเองครับ

    A Look Inside & Component Analysis

    ก่อนที่จะเริ่มอ่านส่วนนี้ ผู้ทดสอบอยากให้อ่านบทความนี้ก่อน เพื่อความเข้าใจอุปกรณ์ต่างๆ ภายใน PSU ได้ดีขึ้นครับ (บทความนี้จะเอามาแปลให้อ่านกันในอนาคตครับ)

    Corsair AXi series ทุกรุ่นผลิตโดย Flextronics ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิต PSU ส่งตลาดระดับผู้บริโภคทั่วไปให้กับ Corsair ครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่สามารถสู้กับผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่อยู่ในตลาดมานานแล้วได้ด้วยประสบการณ์การแข่งขั้นในตลาดระดับสูง เจ้า AX860i เหมือนกับ AX760i และ AX1200i ตรงที่ควบคุม Active-PFC, ตัวปรับสัญญาณไฟฟ้าหลัก (main switchers), ตัวแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสตรงสำหรับไฟสายรอง 3.3V และ 5V, และระบบป้องกันต่างๆ ด้วยตัวประมวลผลแบบติจิตอลทั้งหมด จุดเด่นของการควบคุมด้วยระบบดิจิตอลคือตอบสนองได้เร็ว เข้มงวด และเมื่อเทียบกับระบบทั่วไปใน PSU ที่ใช้กันอยู่แล้วมีความคงที่มากกว่า นอกจากนี้ AX860i ยังมีตัวแปลง LLC resonant converter ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการแปลงไฟ การออกแบบด้านไฟสายหลักแบบตรงกัน (synchronous design) และส่วนปรับจ่ายไฟ (VRM) สำหรับไฟสายสายรองครับ

    สำหรับตัวกรองสัญญาณไฟฟ้าในเบื้องต้นนั้นนั้นจัมีเพียงตัวเก็บประจุ (capacitor) แบบ Y จำนวน 2 ตัว โดย Corsair ไม่เลือกตัวกรองสัญญาณแบบสมบูรณ์เพื่อลดต้นทุนและประหยัดพื้นที่ และเมื่อดูบนบอร์ดจะเห็นว่า มีตัวกรองสัญญาณไฟฟ้าเพิ่มเติมคือ ตัวเก็บประจุแบบ Y จำนวน 6 ตัว แบบ X จำนวน 2 ตัว ขดลวด (CM choke) จำนวน 2 ตัว และ MOV (metal-oxide varistor) ครับ

    ส่วนภาพนี้จะเป็นตัวปรับกระแสไฟครับ รหัส GSIB 2560L ซึ่งติดกับฮีทซิ้งค์ครับ เหมือนที่อยู่ใน AX760i เลย

    ในส่วน Active-PFC นั้น ทั้งไดโอดและโมสเฟทถูกหุ้มด้วยโลหะเพื่อป้องกันการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กเวลาทำงานครับ ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสหัสอะไร และผู้ทดสอบก็ไม่อยากแงะด้วยครับ ต่อมาคือตัวเก็บประจุหลัก ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก 1 ตัว ขนาด 420V, 680μF ซึ่งเป็นของ Panasonic และจัดอยู่ในระดับ 105°C ซึ่งต่างจากใน AX760i ที่มีขนาดเล็กกว่า (560μF) และเป็นของ Nippon Chemi-Con ครับ

    ภาพนี้จะสังเกตได้ว่า ใช้ NTC thermistor หรือตัวป้องกันกระแสไฟฟ้าที่ไหลเข้ามากเกินไป นอกจากนี้ยังมีตัวส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งจะเป็นทางอ้อมเมื่อขั้นตอนการเปิดเครื่องเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำให้สูญเสียพลังงานน้อยและทำให้เย็นตัวเร็วขึ้นครับ

    ในส่วนของตัวปรับสัญญาณไฟฟ้าหลัก (main switchers) ก็ถูกหุ้มด้วยโลหะครับ นอกจากนี้ตัวแปลง resonant converter  ที่ทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นนั้นอยู่ด้านหน้าตัวปรับกระแสไฟฟ้าครับ

    ส่วนนี่เป็นบอร์ดตัวควบคุมครับ ซึ่งก็ใช้อุปกรณ์เดียวกับใน AX760i เลย ตัวควบคุมหลักคือ 65F8014 Freescale DSC (Digital Signal Controller) โดยมีช่องสัญญาณควบคุมไฟฟ้าแบบ PWM ขาออกจำนวน 5 ช่องสัญญาณ นอกจากนี้ยังมีตัวแปลงสัญญาณ 12-bit Analog-to-Digital Converters จำนวน 2 ตัว ซึ่งสามารถใช้ภาษา C ในการตั้งค่าการทำงานได้ครับ นอกจากนี้ยังมีตัวขยายสัญญาณการทำงาน LM2902K และถัดมาทางซ้ายมือก็จะมี Opto-isolator จำนวน 4 ตัวเพื่อการแยกสัญญาณที่จำเป็นครับ

    ในส่วนตรงกลางของบอร์ดนั้นเราจะเจอ SoC Mixed Signal MCU (Microcontroller Unit) ซึ่งเป็นของ Silicon Lab รหัส C8051F310 และ C8051F380 ซึ่งจะมีบทบาทอย่างมากในระบบ DSP ซึ่งจะวิ่งที่ความเร็วสูงกว่า ซึ่งตัวหลังนั้นจะเป็น USB Flash MCU หรือตัวควบคุมการทำงานช่องสัญญาณ USB ทำหน้าที่ส่งข้อมูลและรับข้อมูลจาก Corsair Link ครับ นอกจากนี้ทางด้านซ้ายยังมีตัวขยายสัญญาณการทำงาน LM2902K อีกครับ

    ส่วนนี่เป็นบอร์ดแปลงไฟสำหรับไฟสาย 5V ครับ มีโมสเฟท IPD050N03L จำนวน 4 ตัว

    ดูกันที่ส่วนจ่ายไฟสาย +12V ครับ จะเห็นว่ามีกลุ่มของตัวเก็บประจุจาก CapXon ซึ่งอยู่ถัดจากหม้อแปลงหลักครับ ซึ่งแน่นอนว่า ตัวเก็บประจุจากญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แต่ Corsair ก็น่าจะคิดแล้วและเชื่อใจได้ ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ให้การรับประกันเป็นระยะเวลานานถึง 7 ปีเป็นแน่ครับ (เพิ่มเติมข้อมูลอีกนิดครับ เว็บนี้เป็นหนึ่งในเว็บจำนวนน้อยมากๆ ที่ตัวเก็บประจุส่วนนี้เป็นของ CapXon ครับ เว็บอื่นๆ ส่วนใหญ่จะได้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตัวเก็บประจุของ FP ครับ – ทีมงาน) ด้านบนของกลุ่มตัวเก็บประจุจะเป็นคานโลหะซึ่งเป็นตัวส่งไฟฟ้า +12V ไปยังบอร์ดที่มีช่องเสียบสายไฟผ่านสายไฟเส้นหนาหลายเส้น โดยมีแหวน ferrite เพื่อกรองคลื่นแม่เหล็กรบกวนติดอยู่ครับ

    ส่วนนี่เป็นบอร์ดสำหรับไฟสาย 3.3V ครับ อยู่ระหว่างบอร์ดเสียบสายไฟและคานโลหะจ่ายไฟ +12V ครับ

    ส่วนไฟสาย 5VSB นั้นได้จากอุปกรณ์บนบอร์ดลูกที่อยู่ด้านไฟสายรอง โดยมีตัวเก็บประจุชนิดสารละลายจาก Rubycon ด้วย ตัวเก็บประจุชนิดสารละลายทั้งหมดที่อยู่ด้านสำหรับไฟสายรองนี้ส่วนใหญ่เป็นของ Rubycon ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมานานแล้วครับ

    ส่วนบอร์ดนั้นการบัดกรีดีมากๆ และการออกแบบดูสะอาดมาก มีตัวควบคุม Infineon ICE2HS01G resonant controller และตัวขับเคลื่อนไฟฟ้าแรงดันสูง L6385E ทั้งด้านสูงและด้านต่ำ (high-voltage L6385E high and low-side driver) ก็บัดกรีติดกับบอร์ดด้านนี้ด้วยครับ

    ดูส่วนด้านหน้าของบอร์ดที่ใช้เสียบสายไฟกันต่อครับ จะเห็นได้ว่ามีตัวเก็บประจุชนิดแข็งของ Sanyo เป็นตัวกรองการกระเพื่อมของกระแสอีกชั้นหนึ่ง และมีตัวเก็บประจุชนิดสารละลายของ Rubycon และ Nippon Chemi-Con อีกอย่างละตัวครับ

    ส่วนพัดลมที่ใช้นั้นเป็นของ Yate Loon และพัดลมตัวนี้รหัส D12BH-12 (12 V, 0.3 A, 2300 RPM, 89 CFM, 41 dBA) ซึ่งใช้ตลับลูกปืนแบบลูกปืนคู่ (double-ball bearings) เพื่อยืดอายุการใช้งานและไม่ส่งเสียงรบกวนเวลาทำงานที่รอบสูง ส่วนการทำงานของพัดลมนั้นถือว่าดีมากๆ พัดลมจะไม่ไมุนที่การโหลดระดับต่ำครับ

    Test Setup

    ในการทดสอบนั้นผู้ทดสอบใช้เมนเฟรม Chroma 6314A จำนวนสองตัว ซึ่งมีตัวโหลดไฟฟ้าคือ 63123A จำนวน 6 ตัว แต่ละตัวโหลดได้ 350 วัตต์ 63102A จำนวน 1 ตัว โหลดได้ 100 x 2 วัตต์ และ 63101A อีก 1 ตัว ซึ่งโหลดได้ 200 วัตต์ รวมแล้วสามารถโหลดได้สูงสุด 2500 วัตต์ และการโหลดทั้งหมดถูกควบคุมโดย software ที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ และผู้ทดสอบก็ใช้เครื่องวัดคลื่นกระแสไฟฟ้า (oscilloscope) Picoscope 3424, เครื่องวัดอุณหภูมิ Picotech TC-08 thermocouple data logger, Fluke 175 multimeter (สามารถเสดงผลการทดสอบได้หลายอย่าง), และเครื่องวัดไฟ Yokogawa WT210 ผู้ทดสอบใช้ตู้ไม้ซึ่งเเหมาะกับการใช้ทดสอบแบบร้อนเพื่อทดสอบในอุณหภูมิสูง และยังมีเครื่องวัดคลื่นไฟฟ้เตรียมไว้อีก 4 ตัว (Rigol 1052E และ VS5042, Stingray DS1M12, Picoscope 3424 ตัวที่สอง) และมีเครื่องวัดระดับเสียง CEM DT-8852 ซึ่งในบทความนี้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ชุดทดสอบและวิธีการทดสอบของผู้ทดสอบ และสุดท้าย การทดสอบจะควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 40 – 45°C เพื่อจำลองสภาพการใช้งานจริงในระบบคอมพิวเตอร์(ในเคสคอม) ซึ่งมาจากอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมในห้อง ซึ่งจะอยู่ประมาณ 23°C บวกกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอีก 17 – 22 °C ในตอนที่เครื่องทำงานครับ

    Primary Rails Voltage Regulation

    รูปต่อไปนี้จะแสดงกราฟของแรงดันไฟฟ้า 3 สายหลัก ซึ่งจะแสดงตั้งแต่การโหลดที่ 60 วัตต์ ไปจนถึงเต็มความจุโหลดของ PSU และค่าการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้า แสดงเป็นร้อยละครับ

    5VSB Regulation

    กราฟต่อไปนี้จะแสดงกราฟของแรงดันไฟสาย 5VSB  ซึ่งจะโหลดตามที่ผู้ทดสอบ “จัดให้” ครับ

    Hold-up Time

    ในส่วนการทดสอบนี้เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับหลายๆ ท่านนะครับ ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของ PSU ที่ไม่ควรมองข้ามในขณะนี้ ซึ่ง hold-up time หมายถึงเวลาที่ PSU สามารถจ่ายไฟต่อไปได้โดยไม่มีไฟขาเข้า ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิวินาที โดยมีมาตรฐานเทียบคือ ATX space ซึ่งมาตรฐานนี้คือระยะเวลา 16 มิลลิวินาทีที่การโหลดสูงสุด หลังจากไฟดับ PSU จะต้องทำงานต่อได้นาน 16 มิลลิวินาที ในกราฟที่แสดงด้านล่างนั้น เส้นสีฟ้าคือสัญญาณหลัก เส้นสีเหลืองคือสัญญาณของ “ไฟฟ้าที่ดี” ซึ่งเส้นหลังจะตกสู่สภาวะต่ำเมื่อไฟสายใดสายหนึ่งใน 3 สายหลักคือ +12V, 5V, 3.3V ตกไปอยู่ระดับต่ำสุดของที่มาตรฐานกำหนด หรือหลังจากที่ หรือหลังจากที่ไฟดับเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า PSU ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป

    เพิ่มเติมอีกนิดนะครับ เวลา hold-up นี้จะเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ใช้ที่มีเครื่องสำรองไฟ (UPS) ชนิด Line-Interactive ที่เวลาไฟดับจะต้องใช้เวลาสับสวิชต์ไปใช้ไฟสำรอง ทำให้มีช่วงกระแสไฟขาดหายไประยะหนึ่ง ดังนั้น ยิ่ง hold-up time นานเท่าไหร่ ก็จะเป็นสิ่งที่รับประกันว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะไม่ดับในช่วงระยะเวลาที่ UPS สับสวิตช์ครับ

    จะเห็นได้ว่า เจ้า AX860i สามารถทำเวลาได้ถึง 17.4 มิลลิวินาที เกินกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ครับ และดีกว่า AX760i อยู่ 0.2 มิลลิวินาที

    Inrush Current

    Inrush current หรือกระแสไฟเพิ่มฉับพลันตอนเปิดเครื่อง หมายถึงกระแสไฟฟ้าที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้เมื่อตอนเปิดเครื่อง เนื่องจากว่า PSU จะต้องชาร์จตัวเก็บประจุของ PFC ดังนั้นจึงเกิดกระแสไฟเพิ่มฉับพลันขึ้นในตอนเปิดเครื่อง ซึ่งหากมีปริมาณมากอาจทำให้สะพานไฟตัด ฟิวส์ขาด และสามารถทำความเสียหายต่ออุปกรณ์ภายในได้ด้วย ดังนั้น หาก inrush current ต่ำกว่า ก็จะเป็นผลดีกว่าครับ

    เจ้า AX860i มีตัวเก็บประจุที่มีความจุมากกว่าตัว AX760i ดังนั้น inrush current จึงมากกว่าอยู่แล้วครับ

    Voltage Regulation and Efficiency Measurements

    เมื่อพูดถึงความเร็วพัดลม เจ้าตัวนี้ทำงานโดยพัดลมไม่หมุนในตอนการโหลดทดสอบที่ 20% และตั้งแต่การโหลดทดสอบที่ 40% เป็นต้นไป โดยเริ่มแรกความเร็วในการหมุนจะช้า โดยความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่การโหลดทดสอบ 80% เป็นต้นไป และถึง 2000 RPM ในการโหลดที่ 110% พัดลมส่งเสียงออกมาที่ความเร็วรอบพัดลมสูง แต่ก็เป็นเสียงรบกวนที่ต่ำ เป็นเสียงรบกวนที่จะถูกกลบโดยเสียงของส่วนอื่นๆ ในเคส ที่สภาพแวดล้อมปกติ และการโหลดตามปกติของ PSU

    ส่วนการอ่านข้อมูลที่ได้จาก Corsair Link นั้นค่าที่อ่านได้มีความใกล้เคียงกับที่เป็นจริง โดยที่ความแตกต่างกับที่เป็นจริงนั้น โดยเฉพาะตั้งแต่โหลด 60% ขึ้นไปมีน้อยมาก ทำให้ค่าประสิทธิภาพที่ได้ใกล้เคียงกับที่เครื่องมือทดสอบอ่านค่าได้ และสุดท้าย ค่าแรงดันไฟฟ้าที่อ่านได้ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งก็เป็นปกติเพราะว่าแรงดันไฟฟ้าที่ตกไปนั้นน้อยมาก

    Efficiency

    จากประสิทธิภาพในการทดสอบที่ได้อธิบายไปแล้วนั้น ผู้ทดสอบได้เอาค่าที่ได้มาพลอตกราฟแสดงประสิทธิภาพของเจ้า AX860i ที่การโหลดต่ำ และการโหลดตั้งแต่ 20% – 110% ของการโหลดที่ PSU จะรับไหวครับ

    Efficiency at Low Loads

    ในการทดสอบนี้ ผู้ทดสอบจะตรวจวัดประสิทธิภาพการแปลงไฟที่การโหลดต่ำกว่า 20% มาก (เป็นการโหลดต่ำที่สุดที่มาตรฐาน 80+ ใช้ทดสอบ) การโหลดที่ผู้ทดสอบใช้นั้น จะเป็น 40, 60, 80 และ 100 วัตต์ตามลำดับ (สำหรับ PSU ที่รับโหลดได้เกิน 500 วัตต์) ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญหากคอมพิวเตอร์อยู่ในสถานะ idle และอยู่ในโหมดประหยัดไป (power saving mode) ครับ

    จะเห็นได้ว่า ประสิทธิภาพในการแปลงไฟที่การโหลดระดับต่ำมากนั้นดีเยี่ยม (เพิ่มเติมครับ จะสังเกตได้ว่า ค่า PFC ที่ได้ก็อยู่ในระดับสูงด้วยครับ ทำให้สูญเสียพลังงานน้อยในส่วนนี้ด้วย – ทีมงาน) และพัดลมก็ไม่หมุนทุกการทดสอบด้วยแม้ว่าอุณหภูมิสภาพแวดล้อมจะสูงมากก็ตาม PSU ตัวนี้เหมือกับระบบระดับสูงที่กินไฟน้อยเมื่อเครื่องอยู่ในสถานะ idle ครับ

    5VSB Efficiency

    มาตรฐานของ ATX spec ระบบว่า ประสิทธิภาพการแปลงไฟสำหรับสาย 5VSB นั้นจะต้องสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และที่แนะนำคือ ต้องได้ประสิทธิภาพ 50% หรือมากกว่า ที่การโหลด 100 มิลลิแอมป์, 60% หรือมากกว่า ที่การโหลด 250 มิลลิแอมป์ และ 70% หรือมากกว่า ที่การโหลด 1 แอมป์ หรือมากกว่า โดยการทดสอบ ผู้ทดสอบจะโหลดที่ 100, 250 และ 1000 มิลลิแอมป์ และสุดท้าย จะเป็นการโหลดเต็มพิกัดของ PSU ครับ

    จากผลการทดสอบจะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพที่วัดได้ถือว่าสูงในทุกกานทดสอบ ประสิทธิภาพถึง 80% หรือมากกว่าที่สองการทดสอบสุดท้าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก

    Power Consumption in Idle & Standby

    สำหรับการทดสอบนี้จะเป็นการวัดไฟที่ใช้และแรงดันไฟฟ้าทุกสายเว้นแต่สาย -12V เมื่อ PSU อยู่ในสถานะ idle (มีไฟขาเข้าแต่ไม่มีการโหลดในไฟทุกสาย) และไฟที่ใช้เมื่อ PSU อยู่ในสถานะ standby (ไม่มีการโหลดไฟสาย 5VSB)

    จะเห็นได้ว่าไฟที่ใช้นั้นน้อยมากๆ และทำให้เจ้า AX860i เข้าข่ายอุปกรณ์มาตรฐาน ErP Lot 6 2013 ที่จะมีการใช้งานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

    Fan RPM & Delta Temperature

    ส่วนกราฟต่อไปนี้จะแสดงความเร็วรอบของพัดลม (RPM) และความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิของอากาศที่ไหลเข้ากับอากาศที่ออกมากตัว PSU ผลการทดสอบนี้บันทึกที่อุณหภูมิบรรยากาศที่ 40 – 45°C

    Cross Load Tests

    ในการทดสอบนี้ ผู้ทดสอบตั้งเครื่องโหลดทดสอบให้อยู่ในโหลมดอัตโนมัติผ่าน software ที่ทำขึ้นเองโดยเฉพาะ และให้ลองโหลดไฟทุกสาย คือ +12V, 5V และ 3.3V ผสมกันในลักษณะต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าที่ปรากฎบนกราฟจะคิดโดยใช้แรงดันกระแสไฟมาจรฐานของแต่ละสาย (12V, 5V และ 3V) เป็นตัวตั้ง และผู้ทดสอบบอกว่าการทดสอบนี้ใช้กับ PSU ที่มีระดับการโหลดสูงสุด 1000 วัตต์ หรือต่ำกว่า เนื่องจากใช้เวลานาน และระยะเวลาในการคำนวณก็จะเพิ่มเป็นทวีคูณด้วยหากขนาดของ PSU เพิ่มขึ้น

    Advanced Transient Response Tests

    สำหรับการทดสอบนี้ จะเป็นการตรวจดู PSU ในการตอบสนองเมื่อมีการเรียกโหลดในสองแบบ แบบแรกคือ เรียกโหลดชั่วขณะ (10 A ที่สาย +12V, 5 A ที่สาย 5V, 5 A ที่สาย 3.3V, และ 0.5 A ที่สาย 5VSB) เป็นเวลา 200 มิลลิวินาที และต่อมาก็เรียกโหลดที่ 20% แบบที่สองจะให้ PSU ทำงานที่โหลด 50% ก่อน จากนั้น ก็เรียกโหลดชั่วขณะแบบเดียวกัน การทดสอบทั้งสองแบบจะดูที่แรงดันไฟที่ตกเมื่อมีการเรียกโหลดชั่วขณะ โดยจะใช้เครื่องวัดคลื่นกระแสไฟฟ้าวัดความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แรงดันไฟควรจะอยู่ในวงจำกัดตามมาตรฐานแรงดันไฟ ATX spec ในแต่ละสาย ผู้ทดสอบเน้นว่าการทดสอบดังกล่าวสำคัญมากเนื่องจากจำลองการเรียกโหลดชั่วขณะที่ PSU สามารถรับได้ (เช่น การบูสแผง RAID, การเรียกโหลดโดย CPU หรือ GPU แบบเต็มพิกัด และอื่นๆ) ซึ่งผู้ทดสอบเรียกการทดสอบนี้ว่า “Advanced Transient Response Tests” และเป็นการทดสอบที่ตรวจวัดยากมากๆ โดยเฉพาะ PSU ที่มีขนาดต่ำกว่า 500 วัตต์

    จะเห็นได้ว่า ไฟทุกสายโดยเฉพาะสาย +12V, 5V และ 5VSB ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และการเปลี่ยนแปลงของแรงดันไฟฟ้าก็ไม่เกิน 3% ไฟสาย 3.3V ,ีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด แต่ก็ยังคงอยู่เหนือระดับ 3.2V โดยสรุปแล้ว เจ้า AX860i สามารถรับมือกับการโหลดแบบแปรผันได้อย่างดี และยังคงรองรับการโหลดที่มีระดับมากกว่านี้ได้ด้วยในการใช้งานจริง

    Turn-On Transient Tests

    ในการทดสอบขั้นนี้ก็จะคล้ายกับการทดสอบการตอบสนองของ PSU จากการทดสอบที่แล้ว แต่จะเป็นการสดสอบขณะ PSU กำลังเริ่มทำงาน การทดสอบขั้นนี้ การทดสอบแรกผู้ทดสอบจะปิด PSU ก่อน จากนั้นตังเรียกโหลดไฟสาย 5VSB ไว้ที่ระดับสูงสุดของที่ PSU จะรับได้ จากนั้นก็เปิด PSU การทดสอบต่อมา จะตั้งเรียกโหลดไฟสาย +12V ไว้ที่ระดับสูงสุดที่ PSU จะรับได้ จากนั้นก็กดเริ่มโหลด PSU ในขณะที่ PSU อยู่ในสถานะ stanby การทดสอบสุดท้าย ในขณะที่ PSU ปิดอยู่ (คือตัดการจ่ายไฟขาเข้า หรือกดปิดสวิตช์ของ PSU) จากนั้น ผู้ทดสอบตั้งโหลดไฟสาย +12V ไว้ที่ระดับสูงสุดที่ PSU จะรับได้ ก่อนที่จะเปิด PSU และเรียกโหลดทันที ซึ่งในมาจรฐาน ATX spec จะต้องไม่มีแรงดันไฟฟ้าที่พุ่งสูงชั่วขณะ (spike) เกินกว่า 10% ของค่าแรงดันปกติครับ (เช่น สาย +12V ก็จะเป็น 13.2V และสาย 5V ก็จะเป็น 5.5V ครับ)

    จากกราฟจะเห็นได้ว่า ไม่มีแรงดันไฟฟ้าพุ่งสูงชั่วขณะในไฟสาย 5VSB และระยะเวลาเพิ่มของแรงดันไฟฟ้าจนถึงจุดปกติก็อยู่ในช่วงเวลามาตรฐานที่กำหนด ที่สาย +12V จะเห็นได้ว่ามีแรงดันไฟฟ้าพุ่งสูงชั่วขณะทั้งสองการทดสอบ แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะว่าแค่ 0.1V เท่านั้น ภาพกราฟของการทดสอบสุดท้ายนั้น แรงดันตกไปช่วงหนึ่งอย่างมากเมื่อถึงระดับ 8V อย่างไรก็ตาก กราฟดังกล่าวยังห่ากับความเป็นจริงอยู่มาก ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกันการใช้งานจริงครับ

    Ripple Measurements

    ในตารางต่อไปนี่จะแสดงการกระเพื่อม (ripple) ของคลื่นไฟฟ้าที่วัดได้จากการทดสอบไฟสายหลักของ PSU โดยการกระเพื่อมจะต้องไม่เกินมาตรฐาน ATX spec นั่นคือ 120mV สำหรับสาย +12V และ 50mV สำหรับสาย 5V, 3.3V และ 5VSB ครับ

    Ripple Measurements                       Corsair AX860i Test            12V      5V     3.3V     5VSB     Pass/Fail

    20% Load      7.8mV   8.1mV    6.7mV    4.5mV     Pass

    40% Load     10.7mV   8.8mV    6.3mV    4.7mV     Pass

    50% Load     13.7mV   9.1mV    7.1mV    6.5mV     Pass

    60% Load     14.1mV  10.6mV    8.2mV    6.9mV     Pass

    80% Load     18.9mV  12.0mV    8.7mV    8.1mV     Pass

    100% Load    22.3mV  14.3mV   10.2mV   11.3mV     Pass

    110% Load    23.5mV  15.4mV   10.4mV   11.7mV     Pass

    Crossload 1  7.3mV    7.5mV    7.0mV    4.4mV     Pass

    Crossload 2 22.3mV   14.5mV    9.5mV   11.0mV     Pass

    จะเห็นได้ว่าการลดการกระเพื่อมของคลื่นไฟฟ้านั้น ทำได้สมบูรณ์แบบเลยทีเดียว และเจ้า AX860i จะเป็นตัวจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมของท่านที่ให้ไฟฟ้าราบเรียบสุดยอด ซึ่งจะทำให้การ overclock ทำได้สูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ ในขณะเดียวกันก็ลดแรงกดดันที่มีต่อตัวเก็บประจุและอุปกรณ์ที่อ่อนไหวอื่นๆ ครับ การควบคุมระบบด้วยดิจิตอลจึงแสดงให้เป็นถึงความสามารถในการลดการกระเพื่อมของคลื่นไฟฟ้าอีกครั้งครับ

    Ripple at Full Load

    ในภาพต่อไปนี้จะแสดงถึงการกระเพื่อมของคลื่นกระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากไฟสายหลัก (+12V, 5V, 3.3V, และ 5VSB) การขึ้นลงของกราฟในรูปหากมีมากแสดงว่าการกระเพื่อมของกระแสก็มีมากเช่นกัน สำหรับระดับในการวัดนั้นผู้ทดสอบใช้ระดับ 0.01V ต่อขีดครับ

    Performance Rating

    กราฟต่อไปนี้จะแสดงถึงสมรรถนะของ PSU เปรียบเทียบกับ PSU ตัวอื่นๆ ที่ผู้ทดสอบได้เคยทดสอบมาแล้ว เพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น PSU ที่ใช้ทดสอบ ซึ่งก็คือ AX860i จะแสดงสมรรถนะเป็น 100% เมื่อเทียบกับ PSU ตัวอื่นๆ และหากท่านผู้อ่านต้องการรู้เกี่ยวกับวิธีการคำนวณคะแนนสมรรถนะของ PSU โปรดอ่านบทความนี้

    Performance per Dollar

    สำหรับผู้อ่านส่วนใหญ่ กราฟต่อไปนี้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นกราฟแสดงสมรรถนะต่อเงินที่จ่ายซึ่งเปป็นสิ่งที่ควรพิจารณทตอนซื้อ ผู้ทดสอบจะดูราคาของ PSU แต่ละตัวผ่านทางเว็บร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่าง Newegg และใช้ราคานั้นในการคำนวณค่าสมรรถนะเทียบกับราคา และถ้าหากเว็บดังกล่าวไม่มีราคาของ PSU ตัวใด ก็จะต้องไปหาราคาในเว็บร้านค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอื่นๆ (เช่น TigerDirect, Amazon) และสุดท้าย หาก PSU ตัวนั้นไม่ได้ขายในอเมริกา ผู้ทดสอบจะไปหาราคาในร้านค้าออนไลน์ฝั่งยุโรปแทน และถ้าพบ ก็จะตีราคาเป็นเงิน USD (ไม่รวมภาษี) ซึ่งกราฟต่อไปนี้ ตัวเลขจะถูกเอามาทำให้เข้ากับขนาดของ PSU แต่ละตัวครับ

    Value and Conclusion

    •The Corsair AX860i retails for $249.99 •Delivered full power at over 46°C ambient •Ultra-tight voltage regulation •High efficiency •Excellent ripple suppression •Semi-fanless operation •Corsair Link software managed to provide accurate power readings this time •Fully modular •7-year warranty

    •High price

    เจ้า AX860i ใหม่ล่าสุดนี้ได้สร้างมาจรฐานสมรรถนะใหม่ให้กับวงการ ด้วยสมรรถนะความแรงในระดับที่ PSU ในระดับเดียวกันที่ผู้ทดสอบได้ทดสอบมาไม่สามารถเทียบได้ติดเลย และจุดเด่นที่มาด้วยนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก เริ่มจากประสิทธิภาพ การปรับจ่ายไฟ และการลดการกระเพื่อมของคลื่นกระแสไฟนั้นได้ทำสถิติใหม่อย่างถล่มทลาย ไฟแต่ละสายมีความเปลี่ยนแปลงน้อยมากๆ โดยที่สาย +12V มีการเปลี่ยนแปลงแค่ 0.12% เท่านั้นที่การโหลดเกินขนาดถึง 110% และการกระเพื่อมของคลื่นกระแสไฟก็ไม่เกิน 25mV เลยแม้แต่ครั้งเดียว PSU ทำงานโดยพัดลมไม่หมุนเมื่อการโหลดมีน้อย แม้ว่าอุณหภูมิที่ใช้ทดสอบจะสูงก็ตาม และพัดลมจะเริ่มทำงานที่การโหลด 40% โดยเริ่มหมุนอย่างช้าๆ ผู้ทดสอบพยายามเรียกโหลดอย่างหนักเพื่อให้พัดลมนั้นหมุนเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการใช้งานจริงในเคสที่มีการไหลเวียนของอากาศดีๆ ส่วน Corsair Link นั้นสามารถอ่านค่าที่ได้จาก PSU ได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งในหลายกรณีสามารถอ่านค่าประสิทธิภาพของ PSU ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง เป็นไปได้ว่า Corsair ได้เปลี่ยนแปลงอะไรบางอยย่างในตอนสุดท้าย หรือตัวอย่างที่ผู้ทดสอบได้รับเป็นตัวที่มีอุปกรณ์ที่อ่านค่าได้ผิดพลาดน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ AX760i ที่ผู้ทดสอบได้ทดสอบไปแล้วก่อนหน้า ซึ่งอ่านค่าได้เพี้ยนไปเยอะกว่ามากครับ

    โดยสรุปแล้ว เจ้า AX860i เป็น PSU ที่ดีเยี่ยมสำหรับท่านที่มีเงินซื้อและต้องการ PSU ที่ดีที่สุดที่มีขนาดต่ำกว่า 1000 วัตต์ เจ้า AX860i ให้สมรรถนะที่น่าทึ่ง มีสายไฟที่เป็นแบบถอดได้ทั้งหมด (fully modular) และทำงานแบบพัดลมไม่หมุนเมื่อมีการโหลดน้อยเพื่อความเงียบในการทำงาน สามารถควบคุมและดูสถานะค่าต่างๆ ได้ผ่าน software และที่สำคัญ Corsair รับประกันอย่างยาวนานถึง 7 ปี ทำให้ไม่ต้องกังวลกับการเปลี่ยน PSU ไปอีกนานครับ

    ก็จบลงแล้วนะครับสำหรับรีวิวนี้ ความยาวมีมากกว่าของทุกครั้งที่ผ่านมามากเนื่องจากมีรายละเอียดเยอะกว่าครับ และใช้เวลาแปลค่อนข้างนานเลยทีเดียว สำหรับท่านใดต้องการอ่านต้นฉบับหรือต้องการอ่านส่วนที่ถูกตัดออกสามารถตามลิ้งค์ไปได้เลยครับ และสำหรับรีวิวครั้งหน้าจะเป็นอะไรนั้น ติดตามกันได้ครับ

    Original Article: Reviews – Corsair AX860i 860W @ TechPowerUp

    Product page: Corsair AX860i

    ที่มา: http://cpu.in.th