รับวาง SERVER , รับฝาก SERVER, Asterisk , VOIP , เสื้อผ้าเด็ก , วางระบบ wifi , ติดตั้งระบบ wifi server , vps ,file server, รูปรถสวย , รูปรภ , รวมรูปรถ รับทำ seo , file server ,biogas It รับเดินสายไฟ รับเดิน lan รับเดิน fiber optic , รูปรถสวย , รูปรภ , รวมรูปรถ , server dell , server hp , server ibm , server intel , server cisco , UBIQUITI , จำหน่าย UBIQUITI , ราคา UBIQUITI , ตัวแทนจำหน่าย UBIQUITI , UBIQUITI ราคาถูก , ขาย UBIQUITI
  • เสื้อฮาวายต้อนรับ SUMMER

    Date: 2013.04.09 | Category: street fashion, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, แฟชั่นวัยรุ่น, แฟชั่นวัยรุ่นผู้ชาย | Response: 0

     

     เสฏฐพงค์ บรรลือศักดิ์ (ฟิก) อายุ 18 ปี

    ต้อนรับ SUMMER ด้วยเสื้อฮาวายลวดลายแนวธรรมชาติที่ส่วนมากจะเป็นไซส์ใหญ่ ตัดกับกางเกงสีขาวดูสบายตา เพิ่มแว่นตากันแดดทรงตี๋ใหญ่ ครบชุดดูเป็นหนุ่มน้อยสไตล์วินเทจ

     

     

    ที่มา: campus.sanook

     

  • ยลโฉมใหม่สยามเซ็นเตอร์ มากกว่าห้องน้ำหญิงเป็นยังไง

    Date: 2013.04.09 | Category: ห้องน้ำหญิง, ห้องน้ำหญิงสยามเซ็นเตอร์, โฉมใหม่สยามเซ็นเตอร์ | Response: 0

    ถือโอกาสมายลโฉม “สยามเซ็นเตอร์” ที่เพิ่งปรับใหม่ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ข่าวแว่วๆ ว่าห้องน้ำหญิงที่นี่ “ล้ำ″ มาก

    คนเพิ่งเคยมาถึงกับ “อึ้ง” ในความ “ล้ำ″ ที่นี่สาวๆ มีมุมนั่งแต่งหน้าด้วยนะเออ

    บรรยากาศภายในห้องน้ำ

    บรรยากาศอลหม่านภายในห้องน้ำหญิง

    คนไม่เคยเห็นเข้าไปถึงกับอึ้ง นิ่งไป 3 วิ คิดว่าเข้าห้อง(น้ำ)ผิด ก็เด็กสาวนับสิบออกันเต็มหน้ากระจกอย่างกับมีมหกรรมแจกของฟรี มองไปมองมาก็ถึงบางอ้อ อ๋อ..ที่นี่ เขาสร้างห้องแต่งหน้าไว้ให้สาวๆ โดยเฉพาะ เรียกว่า “Powder Room” โดยห้างจะนำสารพัดเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นบำรุงผิว แป้งพัฟ บรัชออน อายแชโดว์ ลิปสติก แม้แต่น้ำหอม ก็ยังนำมาตั้งไว้ให้ทดลองใช้กันฟรีๆ ด้วย

    บรรยากาศสุดครึกครื้นในห้องน้ำ

    ช่วยกันแต่งหน้าสุดชีวิต

    เห็นพลังความสดใสเลยเข้าไปคุยกับพวกเธอซักหน่อย

    น้องๆ วัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ประกอบไปด้วย ปอน จิน นัท และ ไนน์ อายุอานามกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย พวกเธอ แนะนำตัวว่า เพิ่งจบ ม.6 จากสตรีวิทยา

    ปอน จิน นัท และไนน์

    “หนูก็เพิ่งมาเป็นครั้งที่สองนี่แหละค่ะพี่” นัท เด็กสาวที่กำลังจะเป็นเฟรชชี่ คณะคณิตศาสตร์ ประกันภัย มหาวิทยาลัยมหิดลอินเตอร์ ส่งเสียงสดใส

    นัท บอกว่า ปกติตนและเพื่อนๆ ก็ชอบแต่งหน้าในห้องน้ำกันอยู่แล้ว แต่ที่นี่ดูดีกว่าห้องน้ำทั่วไปมาก

    “พี่คิดดูมาเจอห้องแบบ..มีกระจกรอบด้าน มีที่นั่ง แถมไม่มีกลิ่น รายล้อมด้วยเครื่องสำอางที่เป็นเทสเตอร์ หนูไม่ได้ใช้หรอกนะ แต่มันสร้างเพื่อให้มาแต่งหน้าชัดๆ” นัท หลับตาพริ้มบรรยายสรรพคุณ

    “น่าจะสร้างหลายๆห้องนะ” อีกหนึ่งความเห็นจากเพื่อนสาวในกลุ่ม นั่นเพราะห้องแบบนี้มีแค่ชั้นล่างสุดชั้นเดียว ไปชั้นอื่นจะเจอแบบอื่น

    “บางทีรอเพื่อน เราก็มานั่งเติมหน้าไป มีเก้าอี้ให้นั่งด้วย สบาย แถมสะอาดไม่มีกลิ่น” เพื่อนสาวอีกคนสำทับ

    ว้าว..วัย(ไม่)รุ่นอุทาน คงเป็นยุคที่อะไรๆ ต้องมากกว่า(สุขา)แล้วสินะ

    ที่มา: campus.sanook

  • “วัยรุ่นถามอะไรเรื่องเซ็กส์”

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    “วัยรุ่นถามอะไรเรื่องเซ็กส์”

    เด็กขาดต้นทุนชีวิตเข้าใจผิดเรื่องเพศ

    มีเซ็กส์ครั้งแรกจะท้องไหม หลั่งข้างนอกปลอดภัยแค่ไหน ทำไมต้องใช้ถุงยางนามัย ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจจะทำอย่างไร ช่วยตัวเองผิดปกติหรือไม่ ทำไมรู้สึกแปลกๆหลังมีเพศสัมพันธ์….? นี่คือ หลากหลายคำถามเรื่องเซ็กส์ของวัยรุ่นที่ต้องการคำตอบ…. แต่เมื่อพื้นที่ที่เปิดกว้างให้ข้อมูลในเรื่องนี้กลับมีไม่มากพอ…ด้วยค่านิยมทางสังคมมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ควรถูกนำมาเปิดเผยโดยเฉพาะในครอบครัว “เพื่อน” จึงกลายเป็นบุคคลที่ให้คำปรึกษาแทนพ่อแม่ …

    จากผลสำรวจเอแบคโพลเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศของเด็กและเยาวชนไทย พบเด็กและเยาวชนไทยอายุ 9 -18 ปี ในพื้นที่กทม. เชียงใหม่ ขอนแก่น ชลบุรีและสงขลา จำนวน 2,060 ตัวอย่าง พบบุคคลที่เด็กและเยาวชนปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องเพศ อันดับ 1 คือเพื่อนสนิท สูงถึง 51% ตามมาด้วย พ่อแม่ 14% และแฟน/คู่รัก 10% ตามลำดับ โดยพ่อแม่เป็นบุคคลที่เยาวชนคาดหวังว่าควรมีบทบาทในการให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศมากที่สุดถึง 60% ขณะเดียวกันพ่อแม่/ผู้ปกครองยังเป็นบุคคลที่เด็กเยาวชนตั้งใจจะไปปรึกษาด้วยมากที่สุด

    โดยตัวอย่าง 10 คำถามที่เด็กอยากรู้นั้น ได้แก่ ความกังวลใจเรื่องของการมีประจำเดือน การฝันเปียกเป็นอาการหมกมุ่นหรือไม่ ช่วยตัวเองจิตผิดปกติไหม ช่วยตัวเองบ่อยแล้วเป็นสาเหตุทำให้สิวขึ้น ช่วยตัวเองบ่อยครั้งอาจทำให้เป็นหมัน การมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกไม่ทำให้ท้องจริงหรือ การนับหน้า7หลัง7 มีโอกาสท้องต่ำ มีเพศสัมพันธ์แล้วป้องกันจะท้องไหม กอดจูบลูบคลำภายนอกแบบไม่สอดใส่คงไม่ท้อง และการหลั่งนอกเป็นหนึ่งวิธีทำให้ไม่ท้องจริงหรือไม่ ซึ่งยังมีคำถามอื่นอีกมากที่โจ๋ไทยอยากรู้

    ปรากฎการณ์ข้างต้นนั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กและเยาวชนหันหาเพื่อนให้คำปรึกษาซึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศที่ถูกต้องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ไม่ทราบวิธีการคุมกำเนิดที่ถูกวิธีและเหมาะสม ขาดความเข้าใจเรื่องวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงตามกระแสนิยมในหมู่วัยรุ่นที่มองเรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ

    สอดคล้องกับข้อมูลแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชนจากการสำรวจต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่มีเพศสัมพันธ์และไม่มีเพศสัมพันธ์ทั้งที่เข้ารับบริการสุขภาพทางเพศของโครงการเลิฟแคร์ จำนวน 333 คน อายุเฉลี่ย 20 ปี ไม่เพียงเท่านี้เด็กในสถานศึกษาที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์แล้ว 513 คน อายุเฉลี่ย 19 ปี มีทักษะในการปฎิเสธที่จะมีเพศสัมพันธ์ต่ำที่สุดคือ 65% และมีจุดยืนต่อการมีเพศสัมพันธ์เพียง 42% ตำกว่าทักษะปฏิเสธ

    โดยนพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชี้ให้เห็นว่า แม้เด็กยุคใหม่จะมีทักษะที่จะปฏิเสธ แต่กลับยอมรับการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น ส่วนเด็กผู้หญิงยังมีทักษะปฏิเสธและมีจุดยืนต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่ดีกว่าเด็กผู้ชาย แต่ยังขาดการปฏิเสธอย่างจริงจังเนื่องจากเด็กทั้ง 3 กลุ่ม ต่างอ่อนแอเรื่องการทำกิจกรรมที่ดีในชุมชนและหมู่เพื่อนขาดการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา เมื่อต้นทุนชีวิตเด็กขาดหายภูมิคุ้มกันโรคทางสังคมมีน้อย เด็กจึงถูกโน้มนำไปตามกระแสได้ง่าย ตามคำชักชวนของกลุ่มเพื่อนไม่ว่าดีหรือไม่ดี เพื่อให้เป็นที่ยอมรับทำให้เด็กพร้อมที่จะทำตามคำชักชวนเหล่านั้นได้ไม่ยาก

    ด้วยเหตุที่เด็กและเยาวชนขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงจากปัญหาการมี“เพศสัมพันธ์ที่ไม่พร้อม”ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย ปัญหาที่ตามมารบกวนจิตใจและสุขภาพก็คือ ท้องไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยในประเทศไทยพบแม่วัยรุ่นอายุระหว่าง 16-20 ปี จำนวนกว่า 145,000 ซึ่งมากกว่าครึ่งหรือ 53% เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม

    นอกจากนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโลกยังพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ป่วยมากที่สุด คือ โรคหนองในบ่งชี้การแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นำไปสู่การระบาดของโรคเอดส์ที่มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อมากกว่าปกติ

    เกี่ยวกับเรื่องนี้นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษาองค์การแพธแห่งประเทศไทย (PATH) แนะนำว่า หากเด็กวัยรุ่นรับรู้ได้ถึงพฤติกรรมการเสี่ยงติดเชื้อเอดส์ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุจากการมีเพศสัมพันธ์หรือการพลาดถูกเข็มของผู้อื่นต่ำหรือด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ควรกินยาต้านเชื้อเอดส์ (HIV) ภายในเวลา 3 วันหรือ 72 ชั่วโมง จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้ถือเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้

    ดังนั้นวัยรุ่นยุคใหม่จึงควรหันมาดูแลใส่ใจสุขภาวะทางเพศของตนเองอย่างเหมาะสม ระมัดระวังในเรื่องเพศสัมพันธ์พฤติกรรมหรือการปฏิบัติทางเพศที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันร่างกายให้ห่างไกลเชื้อ HIV ที่จะนำมาซึ่ง โรคเอดส์หรือความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในปากมดลูก (ที่เกิดจากเชื้อ HPV) เกราะป้องกันภัยที่ดีที่สุดคือ การมีเพศสัมพันธ์เมื่อถึงวัยอันควรและควรใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มความปลอดภัยลดช่องทางเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะถุงยางอนามัยสามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันเชื้อโรค ที่รวมถึงการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ในทางอื่นด้วย เช่น ทางปาก ทางอวัยวะเพศ ทางทวารหนัก หรือทางอื่นๆ

    แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่า ถุงยางจะป้องกันโรคเอดส์ได้ 100% ขอเพียงสร้างความมั่นใจป้องกันตนเองให้มากที่สุด เนื่องจากถุงยางที่มีอยู่ในท้องตลาดมีหลายชนิดหลายประเภท มีทั้งที่โฆษณาฆ่าเชื้อต่างๆได้ แต่ในทางการแพทย์แนะนำเพียงให้ใช้ถุงยางที่ไม่ปริแตกง่าย สวมกระชับ และสะดวกในการใช้งาน เพื่อเป็นตัวช่วยลดปัญหาต่างๆ ดังนี้ อันดับแรกช่วยในการคุมกำเนิด ตามมาด้วยป้องกันกามโรค การแพร่โรคเอดส์ช่วยไม่ให้ติดโรคเอดส์ได้ง่ายและไม่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งช่วยไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์หรือท้องไม่พร้อมไม่เพิ่มอัตราการเสี่ยชีวิตจากการทำแท้ง

    ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่เส้นทางชีวิตของเด็กและเยาวชนจะเป็นเช่นไรจะดีจะร้าย สิ่งหนึ่งที่ช่วยฉุดดึงพวกเขาไว้คือ ภูมิคุ้มกันชั้นดีที่สร้างขึ้นด้วยแรงโอบอุ้มจากพ่อแม่ชุมชนร่วมไปถึงสังคม ต่างมีส่วนร่วมสร้างความหมายและคุณค่าชีวิตทางเพศที่เป็นสุขและปลอดภัยไปพร้อมๆกันได้….เพราะเราเชื่ออย่างหนึ่งว่า “ต้นทุนชีวิต พิชิตปัญหาเซ็กส์” ^_^

    ที่มาข้อมูล: เรื่องโดย กิตติยา ธนกาลมารวย www.thaihealth.or.th

  • เตือน เบาหวานเล่นงานเด็กและวัยรุ่น

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    จากการสำรวจภาวะความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานของเด็กอ้วน ในโรงเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ที่อายุระหว่าง 6-18 ปี ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 125 คน พบว่า มีภาวะไขมันในเลือดสูงกว่าเด็กปกติถึง 60 เปอร์เซ็นต์ มีความดันโลหิตสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มว่าจะอ้วนลงพุงในอนาคตกว่า 36 เปอร์เซ็นต์

    นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า เด็กกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว มีความผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกายอีกหลายแห่ง เป็นต้นว่า กระดูกและข้อเสื่อม ตับและไตทำงานผิดปกติ เป็นต้น อาจเรียกได้ว่าเบาหวานที่เกิดขึ้นในเด็กและวัยรุ่น อันตรายไม่แพ้ที่เกิดกับผู้ใหญ่

    เหตุที่เด็กไทยป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่หนึ่ง (ตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่ได้) และประเภทที่สอง (ร่างกายสามารถสร้างสารอินซูลินได้บ้าง แต่มีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ) มาจากหลายปัจจัยดังนี้

     
    กรรมพันธุ์ ในกรณีของเด็กและวัยรุ่นที่เป็นเบาหวานประเภทที่หนึ่ง พบว่าหากพ่อแม่หรือญาติ มีประวัติเป็นเบาหวาน เป็นโรคอ้วน ลูกที่เกิดมาก็มีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานตามไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันพบมากในเด็กที่มีอายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ กรรมพันธุ์ไม่ได้มีผลสำคัญมากเท่ากับพฤติกรรมการกิน เพราะหากพ่อแม่ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องการควบคุมอาหาร เมื่อมีลูก ลูกก็จะกินตามแม่ ทำให้เป็นเบาหวานได้ง่ายขึ้น
     
    การกินเกินสมดุล เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เด็กและวัยรุ่นในยุคนี้เป็นเบาหวานมากขึ้น โดยเฉพาะเบาหวานประเภทที่สอง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวสืบเนื่องมาตั้งแต่วัยเด็ก จากการที่พ่อแม่ไม่ได้ปลูกฝัง ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ปล่อยให้กินขนมขบเคี้ยวที่มีรสหวาน รสเค็ม กินอาหารจังค์ฟู๊ด (ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนี้) รับประทานแป้งขัดขาว กินนมวัวที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมาก เป็นต้น การกินโดยไม่ควบคุมปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเป็นโรคอ้วนในที่สุด เมื่อเด็กอ้วน จะทำให้มีไขมันและตะกรันน้ำตาล สะสมอยู่ตามผนังเส้นเลือดในร่างกาย มีความดันโลหิตสูง เกิดภาวะเส้นเลือดตีบตัน และเป็นเบาหวานในที่สุด
     
    ขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม การปล่อยให้เด็กติดเกมส์คอมพิวเตอร์ ติดโทรทัศน์ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุครับที่ทำให้เด็กไม่ออกกำลังกาย ซึ่งส่งผลให้เด็กและวัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน และมีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน มีอาการของโรคเร็วขึ้น เนื่องจากการนั่งอยู่กับที่ หรือทำกิจกรรมเดิมๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้รับประทานอาหารกรุบกรอบมากขึ้น ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายน้อยลง

    แนวทางในการดูแลรักษาเบาหวานในแต่ละวัย

    สำหรับเด็กและวัยรุ่นที่ป่วยเป็นเบาหวาน สามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขได้ ด้วยการปฎิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้

    การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานที่อายุน้อยกว่า 5 ปี

    เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจว่า ตัวเองเจ็บป่วยเป็นเบาหวาน ผู้ปกครองจึงจำเป็นต้องมีความรู้ เรื่องเบาหวานพอสมควร ตลอดจนถึงใส่ใจเป็นพิเศษ เริ่มจาก

     
    ให้รับประทานอาหารที่เหมาะสม เช่น ไม่ควรให้รับประทานนมที่มีความหวานมากเกินไป ควรสอนให้เด็กหัดกินผัก โดยเริ่มจากผักที่มีความหวานก่อน งดขนมกรุบกรอบที่มีรสหวาน รสเค็ม และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน หรือมีน้ำตาลชนิดดูดซึมเร็ว เป็นต้น
     
    รักษาความสมดุลของอินซูลิน เนื่องจากเด็กในวัยนี้ ยังไม่รู้จักวิธีการดูแลตัวเอง จึงไม่ทราบว่าควรรับประทานอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป ผู้ปกครองควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยการตรวจปริมาณของน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากปล่อยให้ทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น ออกกำลังกายหนักเกินไป หรือกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาจทำให้ชักและเสียชีวิตได

    การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานที่อายุ 5-10 ปี

    เด็กในวัยนี้ จะเริ่มเข้าใจความผิดปกติของร่างกายตัวเองบ้างแล้ว ผู้ปกครองจึงควรอธิบายให้เด็กเข้าใจ ถึงข้อจำกัดในการรับประทานอาหารบาง ประเภท โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และควรอธิบายให้ครูที่โรงเรียน รับทราบถึงข้อจำกัดในการร่วมกิจกรรมบางอย่าง กับทางโรงเรียน เช่น การแข่งกีฬาที่ใช้แรงมากๆ นอกจากนั้น ผู้ปกครองควรสร้างทัศนคติที่ดีให้กับเด็ก เช่น สอนว่าการเป็นเบาหวานไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และไม่ควรอายเพื่อน เป็นต้น

    การดูแลเด็กที่เป็นเบาหวานในวัยรุ่น

    เนื่องจากคนในวัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจมากกว่าวัยอื่นๆ มีความเป็นตัวของตัวเอง ใจร้อน มีกิจกรรมที่หลากหลาย กินอาหารไม่เป็นเวลา รวมทั้งยังเป็นวัยที่ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างการมีการเพิ่มขึ้นและลดลงไม่คงที่ ซึ่งทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากกว่าวัยอื่น ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ โดยการให้คำแนะนำวัยรุ่นที่ป่วยเป็นเบาหวาน ให้รู้จักการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง เพื่อเรียนรู้การปรับอินซูลินของตัวเอง ให้อยู่ในระดับที่พอดีอยู่เสมอ

    เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ทั้งนี้ ควรงดอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต (จำพวกแป้งขัดขาว) ไขมันย่อยยาก และเปลี่ยนมารับประทานผักให้มากขึ้น ทั้งนี้ ควรมีข้อมูลผลของระดับน้ำตาลในเลือด ชนิดของอาหารที่รับประทาน และกิจวัตรประจำวันติดตัวไว้เป็นประจำ เพื่อใช้ในการปรับปริมาณอินซูลินของตัวเอง นอกจากนั้น ควรกำหนดมื้ออาหารให้ชัดเจน เช่น กินอาหารหลัก 3 มื้อ อาหารว่าง 2 มือ และไม่ควรกินจุบกินจิบ เพราะจะยิ่งทำให้อ้วน และมีผลเสียต่อระดับอินซูลินในเลือดตามมาได้

     

    ที่มา     http://www.yourhealthyguide.com

  • วัยรุ่นสมัยใหม่ ต้องรู้จักดูแลตัวเอง

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    วัยรุ่นสมัยใหม่ ต้องรู้จักดูแลตัวเอง

     

    เรามาดูกันว่า กลุ่มนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาเค้าค้นพบอะไรบ้างเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของวัยรุ่น เพื่อที่หนุ่มสาววัยทีนเหล่านี้จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

    คงไม่มีวัยรุ่นคนไหนใครที่ไม่อยากดูดี ผู้คนรอบๆตัวยอมรับนับถือ แต่เคล็ดลับเหล่านี้นั้นจริงๆแล้วก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เรามาดูกันเลยว่าการดูแลตัวเองของหนุ่มๆสาวๆวัยทีนนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง

    1. ออกกำลังกาย – การเดินเล่น เดินห้าง ขี่จักรยาน วิ่ง ว่ายน้ำ เล่นสเก็ตหรือทำกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนๆที่ทำให้ร่างกายไม่อยู่นิ่ง และการได้ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากสำหรับสาวๆวัยทีน เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการเพื่อนและการยอมรับจากคนรอบตัว การได้ทำกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนของพวกเค้า จะช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ

    2. การกิน – การรับประทานอาหารของวัยรุ่นทั่วไปนั้น สามารถรับประทานอาหารทั่วไปได้ทุกแบบ แต่ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และควรหลักเลี่ยง Junk Food และอาหารที่มีไขมันมาก การรวมกลุ่มกันรับประทานอาหารกับเพื่อนๆและครอบครัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับวัยรุ่น และควรรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ

    3. รู้จักจัดการกับปัญหา – วันรุ่นเป็นวัยที่อะไรๆก็ดูจะสับสนอลหม่านไปหมด การจัดการกับปัญหาอย่างถูกวิธีก็เป็นสิ่งสำคัญ การเครียดจนนอนไม่หลับ หรือเครียดจนต้องพึ่งของมึนเมาและยาเสพย์ติดเพื่อให้ได้การยอมรับจากคนรอบ ตัวนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ ควรรู้จักปรึกษาปัญหากับคนมากกว่า 1 คน และแยกแยะดูว่าทางออกแบบไหนเหมาะสมที่สุดกับตัวเราเองและอนาคตของเรา

    4. รู้จักคิดและมีจินตนาการ – การคิดเชิงสร้างสรรค์ และจินตนาการเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก การทำกิจกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นการช่วยพัฒนากระบวนการคิดในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรี เล่นกีฬา ร้องเพลง ประกวดเต้น แต่งเพลง แข่งฟุตบอล รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ การได้เล่นกับสัตว์เลี้ยง การหัวเราะ และการทำกิจกรรมที่ไม่ได้ทำคนเดียวนับว่าเป็นการพัฒนาสมองซีกขวาไปในตัว

    5. ฝึกฝนในสิ่งที่ชอบ – ช่วงชีวิตวัยรุ่นเป็นช่วงชีวิตที่มีพลังงานเหลือล้น หลังจากเลิกเรียนแล้วก็ยังมีพลังเหลืออีกมากมาย การฝึกฝนในสิ่งที่ตัวเองชอบและตัวเองถนัด นับว่าเป็นเรื่องที่ดี การปล่อยให้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยหมดไปวันๆนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากเราจะไม่รู้ว่าเราชอบอะไร หรือทำอะไรแล้วถนัด จะส่งผลกระทบต่อการเลือกประกอบอาชีพได้ในอนาคต

    จะเห็นได้ว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของวันรุ่นนั้น การทำกิจกรรมต่างๆควรทำเป็นกลุ่ม อยู่กับเพื่อนบ้าง ครอบครัวบ้างการทำให้รู้จักใช้ชีวิตรวมกันเป็นสังคม ก็จะส่งผลดีกับทั้งตัววัยรุ่นเอง และสังคมโดยรวมต่อไปในอนาคต

     

    ที่มา     http://www.bullansd.com/

  • คนจัดฟันห้ามกินอะไรบ้าง มีผลกระทบอย่างไร

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

     

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร

    ในเมื่อเราจัดฟันมาแล้ว เราก็ต้องดูแลรักษากันเป็นพิเศษหน่อยกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ติดเป็นส่วนหนึ่งของฟันเรา เพื่อความสวยหล่อของแต่ละคน และในเมื่อเราอยากให้ฟันของเราออกมาดูดี เรียงชิดติดกัน ก็ต้องลำบากกันนิดนึงในช่วงแรกๆครับ

    การรับประทานอาหารก็เหมือนกัน มีทั้งอาหารที่กินได้ และไม่ควรกินระหว่างจัดฟันครับ ซึ่งคนจัดฟันห้ามกินอะไรกันบ้างล่ะ เพื่อเป็นการดูแลและป้องกันเหล็กจัดฟันของเรา วันนี้เรามีความรู้มาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกันจ้า ซึ่งของที่คนจัดฟันห้ามกินอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร

    - สิ่งที่คนจัดฟันห้ามกินอะไรนั้น อย่างแรกเลยคือ อาหารแข็งๆทั้งหลาย เช่น ขนมปังแข็ง ถั่ว มันฝรั่ง ซึ่งอาหารแข็งๆเหล่านี้ อาจจะทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหาย แบร็กเก็ตหลุด หลวมงอได้ครับ

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร
    - หมากฝรั่ง ลูกอม คาราเมล ข้าวโพดคั่วต่างๆ …ซึ่งถ้ารับประทานไปแล้ว จะทำให้ติดเหล็กของเราได้ง่าย และยากแก่การเอาออก อีกทั้ง ถ้าขนมเหล่านี้เหนียวติดเหล็กไปแล้ว ถ้าเราพยายามจะดึงออกแบบไม่ระมัดระวัง เหล็กหรือแบร็กเก็ต อาจจะหลุดมาพร้อมขนมได้ครับ

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร
    - น้ำแข็งครับ อันนี้หลายคนคงทราบดีว่า น้ำแข็งจะสามารถทำให้เครื่องมือจัดฟันเสียหายได้ง่ายมากครับ ถ้าอยากกินจริงๆ ก็อมไว้เล่นๆก็พอครับ

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร
    - ถ้าเกิดเราอยากกินผัก หรือผลไม้นั้น ก็สามารถกินได้เช่นกัน แต่เราต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนะครับ ถ้าเกิดเรากัดแอปเปิ้ลทั้งลูกเลย อาจจะส่งผลกับเครื่องมือจัดฟันเรา อีกทั้งเหงือกเราก็จะเสียหายด้วยแน่นอน ถ้าไม่ระวัง

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร
    - ไม่ใช่แค่ว่าคนจัดฟันห้ามกินอะไรต่างๆอย่างเดียว การที่เคี้ยวปากกา หรือดินสอเล่น ก็ห้ามด้วยเช่นกัน

    คนจัดฟันห้ามกินอะไร
    - อีกอย่างนึงเลย ที่เราอาจจะต้องเจอบ่อยๆ ก็คืออาหารที่มีกระดูกครับ ซึ่งถ้าเลี่ยงได้ ทางที่ดีก็ควรเลี่ยงครับ

     

    ที่มา     http://www.dental108.com

  • วัยรุ่นคลิกคิกควรหม่ำอะไร?

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    วัยรุ่นคลิกคิกควรหม่ำอะไร?

    food1 resize

     

     

    food2 resize

     
    ที่มา     http://www.wairunclickcick.com
  • อาหารการกินในวัยรุ่น

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    อาหารการกินในวัยรุ่น

    วัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตในด้านร่างกายอย่างมาก และในวัยนี้เองที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ และจิตใจค่อนข้างสูง มีกิจกรรมต่างๆ ค่อนข้างมาก ทั้งในด้านสังคม กีฬาและบันเทิง ความต้องการสารอาหารย่อมมีมากขึ้นเป็นธรรมดา ซึ่งจะต้องคำนึงทั้งปริมาณและคุณภาพให้ถูกหลักโภชนาการ
    สำหรับปัจจัยที่สำคัญ มีดังนี้

    1. ครอบครัว การปลูกฝังนิสัยการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ควรเริ่มต้นมาจากที่บ้าน สำหรับวัยรุ่นที่อาจชอบรักสวยรักงาม อาจพยายามจำกัดอาหารลง ซึ่งคนในครอบครัวจะต้องให้คำแนะนำเพื่อไม่ไปจำกัดอาหารที่มีคุณค่าและมีความจำเป็นต่อร่างกาย
    2. ตัววัยรุ่นเอง วัยรุ่นจะเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยมีความคิดความเห็นเป็นของตัวเองมากขึ้น การให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการ มีความจำเป็นเพื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของการรับประทานอาหาร ที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีผลต่อตัววัยรุ่นเองโดยตรง
    3. สิ่งแวดล้อม ในโรงเรียนหรือสถานศึกษา อิทธิพลจากเพื่อนฝูงมีส่วนที่ทำให้วัยรุ่นเอาอย่างกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหาร ตลอดจนการบริโภคสารอันตราย เช่น เหล้า บุหรี่ และยาเสพติด การดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอดจนการสนับสนุนให้วัยรุ่นเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ จะมีผลทางอ้อมทำให้นิสัยที่ดีในการบริโภคอาหารไม่ถูกเบี่ยงเบนไป
    ความต้องการอาหารที่ให้โปรตีนพลังงาน และวิตามินต้องเพียงพอสำหรับวัยรุ่น วิตามินต้องเหมาะและโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีเกลือแร่ประเภท แคลเซี่ยม และเหล็ก ต้องเพียงพอกับวัยรุ่นในวัยต่างๆ ซึ่งในรายละเอียดเรื่องของปริมาณ ท่านควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม จากผู้รู้หรือนักโภชนาการต่อไป
    การดูแลฟันวัยรุ่น
    เมื่อลูกอายุ 14 ปีขึ้นไป หรือลูกเริ่มเป็นวัยรุ่นหรือหนุ่มสาว ในปากจะมีแต่ฟันแท้ซึ่งขึ้นเกือบครบ 32 ซี่ ยกเว้นฟันกรามสุดท้าย 4 ซี่ ที่จะขึ้นเมื่ออายุประมาณ 18 ปีขึ้นไป

    วัยรุ่นเป็นวัยที่มีฟันผุมากที่สุดเพราะมักหักง่าย และชอบกินชอบขบเคี้ยว ขนมหวาน ลูกอมต่าง ๆ จนเป็นนิสัยและแฟชั่น นอกจากนั้นมักจะมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบที่เป็นกันมาก เพราะไม่ค่อยรักษาความสะอาดปากและฟัน ประกอบกับมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้การอักเสบที่มีเล็กน้อย ทวีความรุนแรงขึ้น พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงมิอาจละเลยบุตรหลานที่เป็นวัยรุ่นได้ โดยจะต้องดูแลดังนี้
    1. กินอาหารที่เป็นประโยชน์และลดอาหารที่เป็นโทษต่อฟัน เช่น อาหารหวาน ติดฟันง่าย เปรี้ยวจัด เปื่อยไปเหนียวไป หรือแข็งเกินไป
    2. ฝึกกินอาหารให้เป็นเวลา เพราะการกินอาหารระหว่างมื้อบ่อย ๆ โดยเฉพาะของหวานเหนียวติดฟัน จะทำให้ฟันผุง่าย
    3. ใช้ฟันให้ถูกต้อง ไม่ควรใช้ฟันขบกัดของแข็ง อาทิ ปากกา ดินสอ ตะปู เข็ม หรือเปิดจุกขวด เพราะจะทำให้ฟันแตกบิ่นเสียหาย หรือโยกคลอนได้ง่าย
    4. รักษาความสะอาดช่องปากและฟันโดยแปรงฟันอย่างถูกต้อง

    หัดตรวจฟันตนเองทุกวันหลังแปรงฟัน และให้ทันตแพทย์ตรวจฟันอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะถ้าพบสิ่งผิดปกติจะได้รีบรักษาแก้ไขได้
    การดูแลเด็กวัยรุ่น

    วัยรุ่น เป็นวัยที่เชื่อมต่อระหว่างวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ ถือเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตที่สำคัญ เด็กวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งทางร่างกาย และจิตใจโดยได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศ ซึ่งโดยทั่วไปพบว่า น้ำหนักและส่วนสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ววัยรุ่นหญิง

    การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ พบว่ามีความสำคัญมาก เด็กวัยนี้จะมีความคิดค่อนข้างอิสระ ต้องการเป็นตัวของตัวเอง พยายามสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง อยากให้เพื่อนยอมรับตนและต้องการเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อน เริ่มมองบทบาทของตนเองที่แยกออกจากครอบครัวมากขึ้น เริ่มไม่ยอมรับความเห็นของพ่อแม่ ต้องการความเป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันอารมณ์จะยิงสับสน วู่วาม ขึ้นๆ ลง ทำให้โอกาสที่จะขัดแย้งกับพ่อแม่มีมากขึ้น บางครั้งรุนแรงจนถึงขั้นหนีออกจากบ้าน หันไปหายาเสพติด หรือเกิดอาการซึมเศร้า

    ปัญหาการเรียน

    ปัญหาเรื่องการเรียนในวัยรุ่น แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพทางกาย แต่ก็เป็นหัวใจของการนำไปสู่ปัญหาต่อเนื่องมากมาย
    ปัญหาการเรียนในวัยรุ่นเกิดขึ้น เพราะในสภาวะปัจจุบันมีสิ่งแวดล้อมภายนอกมาเบี่ยงเบนความสนใจมากขึ้น หลายๆ คนบอกว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องเรียนหนังสือ
    แต่ถ้าท่านเป็นวัยรุ่นที่กำลังอ่านอยู่ขณะนี้ ท่านคงต้องหยุดคิดพิจารณาให้ดีว่า ท่านเรียนหนังสือเพื่ออะไร?

    คำตอบก็คือท่านเรียนหนังสือ เพื่อตัวเอง ท่านจะเรียนดี สอบได้คะแนนดี เรียนต่อในชั้นสูงๆ ขึ้นไปได้เรื่อยๆ ก็เพื่อตัวเองทั้งสิ้น เพราะคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองท่านก็มีส่วนในการความภูมิใจ ดีใจที่บุตรหลานประสบความสำเร็จในการเล่าเรียน แต่ความสำเร็จในการเรียนจะติดตัวท่านไป จนท่านเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ เครื่องมือในการสร้างฐานะของครอบครัวต่อไปในอนาคต และในช่วงระยะเวลานี้เท่านั้น ที่เป็นโอกาสเหมาะที่จะศึกษาเล่าเรียนให้เต็มที่ คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองของท่าน คงไม่มีใครที่ไม่ต้องการสนับสนุนให้ท่านเรียนหนังสือ ดังนั้นตัวท่านเท่านั้นที่ต้องมุมานะพยายามให้เต็มที่ มากเท่าที่ท่านจะสามารถกระทำได้
    การเรียนให้ประสบความสำเร็จ มีวิธีการมากมาย แต่หัวใจที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวท่าน ตัวท่านต้องการเรียนให้ดีขึ้นหรือไม่ ตัวท่านเห็นความสำคัญของการศึกษาเล่าเรียนในขณะนี้หรือไม่ ถ้าคำตอบของท่านคือท่านต้องการ ความสำเร็จในการปรับปรุงการเรียน จะมีมากกว่า 50% ไปแล้ว ท่านจะต้องมานึกย้อนหลังดูว่า
    ท่านบกพร่องอะไรบ้างในอดีตที่ผ่านมา ท่านเตรียมการเรียนหรือท่านทำการบ้านครบถ้วนหรือไม่ ทบทวนบทเรียนบ้างหรือเปล่า ให้เวลากับการเที่ยวเตร่คบเพื่อนหรือกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนมากไปหรือเปล่า ท่านต้องปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ และที่สำคัญคือการทุ่มเทให้เวลากับการเรียนมากขึ้น สมองของแต่ละบุคคลรับรู้และเข้าใจบทเรียนโดยใช้เวลาไม่เท่ากัน ซึ่งจะเกิดขึ้นทั้งในคนเรียนเก่งและเรียนไม่เก่ง บางคนอาจฟังครั้งเดียวแล้วเข้าใจ แต่บางคนต้องฟังหลาย ๆ ครั้ง ต้องจดโน๊ตย่อ หรือต้องทบทวนด้วยตนเองอีก จึงจำได้และเข้าใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สำคัญอยู่ที่ว่าท่านต้องการเรียนให้ดีขึ้นหรือเปล่า ความพยายามของท่านเท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ

    การคบเพื่อน
    ปัญหาเรื่องการคบเพื่อน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพทางกาย แต่ก็เป็นหัวใจของการนำไปสู่ปัญหาต่อเนื่องมากมาย รวมทั้งปัญหาทางร่างกายและจิตใจที่จะกล่าวถึงต่อไป
    วัยรุ่นเป็นวัยที่เบิกบาน สนุกสนาน มีความคิดความเห็นของตนเองมากขึ้น มีการพบปะเพื่อนฝูงต่างๆ ในโรงเรียนมากมาย ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเสียหายอย่างไรที่จะมีเพื่อนเพศตรงข้าม ถ้าอยู่ในกรอบแห่งการคบหาสมาคมเช่นเพื่อนสนิทที่มีความหวังดีต่อกันและกัน

    คำแนะนำซึ่งเป็นกฏตายตัวหรือเป็นหลักการในการคบเพื่อนคงไม่มีชัดเจน แต่จะอยู่บนพื้นฐานของความพอดีหรือความสมดุล ที่แต่ละคนแต่ละครอบครัวจะต้องปรับเข้ามาหากัน ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ
    1. ตัวของท่านต้องไม่เสียหาย หมายถึงเพื่อนนั้นต้องไม่นำสิ่งที่ไม่ดีมาสู่ท่าน ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด สุรา บุหรี่ การเที่ยวเตร่ดึกดื่นที่มีผลต่อสุขภาพกายของท่าน ตลอดจนการดื่มสุราหรือเบียร์เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจากการจราจร บางครั้งรุนแรงจนถึงกับการเสียชีวิตก็มีขึ้นได้บ่อยๆ การชักจูงที่นำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้ท่านติดโรคร้ายเอดส์ได้
    2. การเรียนต้องไม่เสียหาย หมายถึง การคบเพื่อนนั้นต้องไม่ขโมยเวลา หรือนำเอาความสนใจออกไปจากการศึกษาเล่าเรียน ที่เป็นเป้าหมายหลักและมีความสำคัญอย่างยิ่งในวัยของท่าน ในทางตรงข้ามการคบเพื่อนที่ดีน่าจะชักจูงกัน หรือส่งเสริมให้กันและกัน เพื่อการศึกษาเล่าเรียนได้ดียิ่งขึ้น
    3. คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองต้องไม่ทุกข์ทรมานกับการคบเพื่อน หมายถึงการกระทำใดๆที่เกิดจากการคบเพื่อน ท่านต้องพินิจพิจารณาให้เหมาะสม ท่านต้องไม่เปรียบเทียบกับครอบครัวของคนอื่นๆ ความเห็นต่างๆของพ่อแม่ผู้ปกครองของท่าน และของเพื่อนๆท่าน จะเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ ทำไมเพื่อนถึงไปได้ กลับดึกได้ ไปค้างคืนกับเพื่อนได้ แต่ท่านไม่สามารถทำได้ แต่ละครอบครัวจะมีความแตกต่างกัน ตัวท่านเองนั่นแหละ ที่จะต้องเข้าใจความไม่เหมือนกันตรงนี้ของแต่ละครอบครัว แล้วท่านจะไม่นำความทุกข์ใจมาสู่พ่อแม่หรือผู้ปกครองของท่านอย่างแน่นอน

    ข้อควรทราบเกี่ยวกับวัยรุ่น

    วัยรุ่นหรือวัยทีนเอจตามภาษาฝรั่ง เป็นวัยที่อยู่ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ ซึ่งโดยทั่วไปถือกันจากเริ่มแตกเนื้อหนุ่มแตกเนื้อสาว เริ่มเข้าวัยเจริญพันธุ์ แม้ว่ายังมีความเห็นที่แตกต่างกันว่าเมื่อใด ที่เริ่มเป็นวัยรุ่น และเมื่อใดที่เลิกเป็นวัยรุ่นก็ตาม

    แต่จุดที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากเด็กมาสู่วัยรุ่น มีผลมาจากมีการเปลี่ยนแปลงในระดับของฮอร์โมน ในผู้หญิงจะเริ่มต้นเมื่ออายุ 10-11 ขวบ ในผู้ชายจะช้ากว่านิดหน่อยคือเมื่ออายุ 12-13 ขวบ และจะสิ้นสุดเมื่ออายุราว 17-18 ปี ทั้งสองเพศ ในระหว่างช่วงวัยรุ่นนี่เอง ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งถือเป็นวัยที่ปฏิบัติตนด้วยความยากลำบากมาก
    วัยรุ่นจึงถือเป็นวัยที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ถ้าเป็นตัววัยรุ่นเองก็มองว่าเป็นวัยที่สนุกสนาน มีเพื่อนฝูงมากมาย เป็นวัยที่ไม่ค่อยคิดถึงความทุกข์ความร้อนมากเท่าใดนัก ถ้าเป็นคุณพ่อคุณแม่ก็มองว่าเป็นวัยที่หัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นวัยที่ต้องควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเกรงว่าจะเกิดความเสียหาย มองว่าเป็นวัยที่ต้องมานะศึกษาเล่าเรียน ไม่อยากให้สนุกสนานร่าเริงจนเกินขอบเขต เพราะคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเสียใจ เนื่องจากมีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียอนาคตไปในช่วงนี้ ถ้าเป็นพวกพ่อค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งหลาย ตลอดจนวงการบันเทิงทั้งหลาย ก็มองว่าวัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่จะทำเงินให้ธุรกิจของเขา นอกจากนี้ในปัจจุบันเมื่อถึงวัย 18 ปี ยังบรรลุนิติภาวะพอที่จะไปเลือกตั้งได้อีกด้วย

    ปัญหาที่เกิดในวัยรุ่นมีทั้งเรื่องที่เป็นสุขภาพทางกาย และปัญหาทางสุขภาพจิต บางครั้งสุขภาพทางกายทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต และปัญหาสุขภาพจิตก็มีผลทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพกายได้เหมือนกัน ฉะนั้นความใกล้ชิดของผู้ปกครองหรือบิดามารดากับวัยรุ่น เพื่อเป็นที่ปรึกษาในทุกกรณีจะมีส่วนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องบุหรี่ ยาเสพติด และเหล้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในวัยนี้นี่เอง

     

    ที่มา     http://www.vcharkarn.com

  • อาหารสำหรับเด็กวัยรุ่น

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    อาหารสำหรับเด็กวัยรุ่น

    ในระยะนี้ ร่างกายต้องการสารอาหารในการสร้างเซลล์ต่างๆ กระดูกและฟัน และต่อมต่างๆในร่างกายเริ่มมีการทำงานหนักขึ้น จึงต้องให้อาหารที่เพียงพอเพื่อการเจริญเติบโตที่เต็มที่ สารอาหารหลักที่เด็กวัยรุ่นต้องการมีดังต่อไปนี้

    anibook_blue_1.gifสารอาหารที่วัยรุ่นต้องการ

    circle03_blue.gif พลังงาน ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของร่างกายและกิจกรรมของวัยรุ่น ควรได้รับวันละ 2200-3000 แคลอรี

    circle03_blue.gif โปรตีน มีความต้องการมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโต ควรได้รับวันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

    circle03_blue.gif เกลือแร่ ได้แก่

    - แคลเซียม จำเป็นในการสร้างกระดูกและฟัน

    - เหล็ก โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องมีประจำเดือน ควรได้รับวันละ 16 มิลลิกรัม

    - ไอโอดีน ต่อมไทรอยด์มีการทำงานมากขึ้น ในภาคอีสานจะพบวัยรุ่นขาดไอโอดีนกันมาก ทำให้เกิดโรคคอพอกหรือโรคเอ๋อ

    circle03_blue.gif วิตามิน ได้แก่

    - วิตามินเอ ควรได้รับวันละ 2500 หน่วยสากล

    - วิตามินบี2 ควรได้รับวันละ 1.3-1.8 มิลลิกรัม

    - วิตามินซี ใช้ในการสร้างคอลลาเจน(ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อต่างๆ) ควรได้รับวันละ 30 มิลลิกรัม

    circle03_blue.gif น้ำ เป็นส่วนประกอบของเซลล์ ควบคุมการทำงานในร่างกาย วัยรุ่นควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

    anibook_blue_1.gifอาหารและปริมาณอาหารที่วัยรุ่นควรได้รับ

    circle08_orange.gif น้ำนม ควรดื่มวันละ 2-3 ถ้วยตวง เพราะมีแคลเซียม โปรตีน และวิตามินมากมาย

    circle08_orange.gif ไข่ ควรทานวันละ 1 ฟอง เพราะมีโปรตีน เหล็ก และวิตามินเอ

    circle08_orange.gif เนื้อสัตว์ต่างๆ ควรได้รับวันละ 150-180 กรัม หรือประมาณ 3/4 ถ้วยตวง และควรได้รับเครื่องในสัตว์ควบคู่ไปด้วย

    circle08_orange.gif ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง

    circle08_orange.gif ผัก อาจเป็นผักสีเขียวหรือผักสีเหลือง ควรได้รับทุกวัน มื้อละ 1/2 ถ้วยตวง

    circle08_orange.gif ผลไม้ ควรได้รับทุกมื้อ

    circle08_orange.gif ข้าว ควรได้รับวันละ 5-6 ถ้วยตวง

    circle08_orange.gif ไขมัน ควรได้รับน้ำมันวันละ 3-4 ช้อนโต๊ะ

    anibook_blue_1.gifปัญหาด้านการรับประทานอาหารของวัยรุ่น

    circle07_purple_1.gifเบื่ออาหาร มีสาเหตุมาจากการที่ผู้ใหญ่บังคับให้เด็กกินอาหารชนิดหนึ่งมากเกินไป หรือเกิดจากอารมณ์ เช่น ความเหน็ดเหนื่อย ผิดหวัง

    circle07_purple_1.gifโรคอ้วน มีสาเหตุมาจากลักษณะนิสัยในการกินของเด็กที่ชอบกินจุบจิบ

    circle07_purple_1.gifกินอาหารไม่เป็นเวลา เด็กวัยรุ่นมักอดอาหารเช้า เพราะกลัวว่าจะอ้วน หรือเร่งรีบไปโรงเรียน

     

    ที่มา     http://www.thaigoodview.com/

  • ประเพณี อวดสัดส่วน เสื้อผ้าวัยรุ่นไทยสงกรานต์นี้

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    เทศกาลสงกรานต์ เป็นเทศกาลสำคัญของคนในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนจะหยุดงานและออกมาร่วมเฉลิมฉลองศักราชใหม่กัน นอกจากกิจกรรมตามประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแล้ว การเล่นน้ำสงกรานต์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้

    ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายๆ คนอาจจะผ่านตาข่าวเล็กๆ ข่าวหนึ่งที่พูดถึงการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นในประเทศพม่า เพื่อตรวจตราหาคนที่แต่งกายไม่เหมาะสมและวาบหวิวในช่วงสงกรานต์มาลงโทษ โดยโทษที่จะได้รับนั้น มีทั้งการปรับและการจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการพม่าก็เคยออกมาประกาศห้ามการแต่งตัวด้วยเสื้อสายเดี่ยวและกางเกงขาสั้นเล่นสงกรานต์มาแล้ว

    แต่นั่นก็เป็นเรื่องของประเทศสังคมนิยม ที่ยังมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพของคนในประเทศอยู่สูง ซึ่งต่างกับบ้านเราที่ประชาชนยังมีเสรีภาพในเรื่องแบบนี้อยู่มาก ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมจะออกมารณรงค์เรื่องการแต่งกายในช่วงสงกรานต์อยู่ทุกปีก็ตาม แต่เท่าที่เห็น ก็คงต้องบอกว่ามันไม่ได้ผลสักเท่าใด ไม่เชื่อก็ลองไปเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารหรือสีลมดูก็ได้

    ความห่วงใยของผู้ใหญ่

    “ตามประเพณีการเล่นน้ำแบบเดิมของไทยเรานั้น เขาจะรดน้ำกันแค่มือหรือแค่ไหล่เท่านั้นนะ ส่วนการแต่งกายนั้นก็จะมิดชิดเรียบร้อย แต่มาสมัยนี้มีทั้งการสาดน้ำใช้ปืนฉีดน้ำแล้วก็ประแป้งกันยกใหญ่ การแต่งกายออกไปเล่นสงกรานต์ของสาวๆ สมัยนี้ก็ไม่รัดกุม ไม่ต้องถึงสายเดี่ยวหรอก แค่เสื้อยืดบางครั้งก็โป๊แล้วถ้าเปียกน้ำ”

    ร.ศ. สุพัตรา สุภาพ อาจารย์อาวุโส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ของประเพณีสงกรานต์ในปัจจุบัน ซึ่งความเห็นของอาจารย์สุพัตรานั้น สอดคล้องและเป็นไปในทำนองเดียวกับสิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมของบ้านเราพยายามรณรงค์ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมา

    “จริงๆ ก็ควรจะใส่เสื้อหลวมๆ สีครึ้มๆ หน่อย กางเกงขาสั้นก็ไม่ต้องสั้นมาก เอาแค่พอสมควรก็น่าจะพอ เพราะจะเป็นการรักษาประเพณีอันดีงามของบ้านเราเอาไว้ จริงอยู่ว่ามันห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะวัฒนธรรมประเพณีมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามกระแสวัฒนธรรมโลกที่เข้ามา แต่เราก็ต้องดูสิ ดูไม่ให้มันเปลี่ยนแปลงเลื่อนไหลไปในทางที่เลว

    “สิ่งที่เป็นของดีของเรา เราก็ต้องรักษาไว้ ไม่ต้องแต่งสไบออกไปหรอกนะ แต่ต้องไม่โป๊ไม่แนบเนื้อ แต่บางคนเขามีเจตนาชัดมากว่าจะออกไปเล่นสงกรานต์เพื่ออวดสัดส่วนโดยเฉพาะ”

    ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนไปตามกาล

    ความเห็นของผู้ใหญ่หลายคนนั้น ส่วนมากจะโน้มเอียงไปในทางตำหนิติเตียนว่าการแต่งกายของวัยรุ่นสมัยนี้นั้นไม่เหมาะไม่ควร แต่ในมุมมองของนักวิชาการรุ่นใหม่อย่างอาจารย์วันรัก สุวรรณวัฒนา จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับมีมุมมองที่ต่างออกไปและเป็นมุมมองที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย

    “การแต่งกายไปเล่นสงกรานต์นั้นมันไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก อย่างแรกคืออากาศบ้านเรามันร้อน และวัยรุ่นบ้านเราก็แต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เขามาแต่งตอนช่วงสงกรานต์อย่างเดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องของแฟชั่น มันไม่ต่างกับเมื่อ 50 ปีก่อนคนใส่กางเกงขาบานเสื้อตัวเล็ก โดยหลักการแล้วเหมือนกันต่างที่รูปแบบเท่านั้น ดังนั้นการจะแต่งอะไรมันไม่ใช่ประเด็น แต่คนที่ออกมาบอกว่าแต่งอย่างนี้แล้วโป๊นั้น เราต้องดูว่ามันสะท้อนนัยอะไร

    “มันชี้ให้เห็นว่าในสังคมนี้ การมองเห็นขาเห็นไหล่ของผู้หญิงเป็นเรื่องที่ไม่สมควร มันเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของการมองร่างกายผู้หญิง ทำไมผู้ชายใส่ขาสั้นกับเสื้อกล้ามจึงไม่ถูกมองว่าโป๊ล่ะ เหมาะสมกับโป๊นี่คนละประเด็นนะ เพราะสงกรานต์มันไม่มีโค้ดของการแต่งตัว เพราะการแต่งตัวนั้นมันก็เป็นไปตามยุคสมัย มันต้องพูดถึงปริบทปัจจุบัน”

    วันรักกล่าวต่อไปอีกว่าคนที่มองว่ามันโป๊ต่างหากที่ต้องพิจารณาตัวเอง ถึงทัศนคติของตนและสังคม เพราะเรื่องเล็กๆ เรื่องนี้มันโยงไปถึงเรื่องพฤติกรรมทางเพศของผู้หญิงในสังคมไทยที่โดนกดทับไม่ให้แสดงออกมาตลอด

    “ว่ากันตามตรง คนที่แต่งแบบนี้เขาก็อยากจะเซ็กซี่นั่นแหละ คำถามต่อมาก็คือทำไมเขาถึงอยาก นั่นก็เพราะสังคมไม่มีพื้นที่สำหรับการแสดงออกเรื่องเพศสำหรับเด็กผู้หญิงเลย ทุกวันนี้คนที่มีปัญหากับเรื่องนี้คือผู้ใหญ่ จริงๆ แล้ว แทนที่จะออกมาห้ามเรื่องแต่งตัวโป๊ ควรจะกลับไปมองถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคม และทำความเข้าใจก่อนที่จะไปห้ามเขา เพราะมันเป็นการพูดถึงเรื่องปลายเหตุมากๆ”

    แต่งอย่างไรก็ได้แต่ขอให้ปลอดภัย

    ส่วนเรื่องการแต่งกายเล่นสงกรานต์ในความคิดของสาวๆ นั้น ส่วนมากก็มีความเห็นไปในทำนองที่ว่าไม่ต้องถึงขั้นแต่งชุดไทยออกมาเล่นหรอก หากแต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองไว้ก่อน ดังเช่นความเห็นของ ภาวรินท์ โกมุทรัตนานนท์ นักศึกษาสาวที่บอกว่า

    “จริงๆ ก็ไม่ได้ผิดนะ เพราะชีวิตประจำวันเราก็แต่งตัวแบบนี้กันอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็นช่วงสงกรานต์ก็ต้องระวังหน่อย เพราะเวลาเสื้อผ้าโดนน้ำแล้วจะทำให้โป๊ขึ้น อย่างไรเราก็ต้องเซฟตัวเองไว้ก่อน”

    ส่วนสมพักตร์ คำคณา สาวออฟฟิศย่านสีลม ก็มีความเห็นคล้ายๆ กัน และเธอก็คิดว่าเป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคล

    “โดยส่วนตัวแล้ว เราว่าจะแต่งอะไรก็แต่งไปเถอะนะ เพราะวัฒนธรรมในปัจจุบันมันมีความหลากหลายมากขึ้น แต่ข้อสำคัญก็คือจะต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ยอมรับผลที่ตามมาได้ เช่นถ้าถ้าหากแต่งตัววาบหวิวแล้วโดนลวนลาม ก็ต้องมีวิธีการจัดการตัวเอง แต่สรุปแล้วจะทำอย่างไร แต่งอย่างไรมันก็เป็นเรื่องของแต่ละคนมากกว่า”

    สุดท้ายก็คงต้องยอมรับว่าในปัจจุบันโลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ การจะให้คนใส่ผ้าถุงออกมาเล่นสงกรานต์กันเหมือนแต่ก่อนนั้น คงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากแต่คนสังคมคงจะต้องทำความเข้าใจปัจจุบัน มากกว่าที่จะออกมาเรียกร้องให้ทุกๆ อย่างถูกแช่แข็งไว้เหมือนเดิม ดังที่อาจารย์วันรักกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

    “การเอาการแต่งกายมาผูกกับอัตลักษณ์ไทย มันเป็นความกลัวส่วนตัวของเจเนอเรชันที่เป็นผู้ใหญ่ที่รู้ว่าวันนี้มันไม่มีอะไรเหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาจึงใช้เรื่องของเครื่องแต่งกายเป็นเครื่องมือในการย้อนกลับไปหาอัตลักษณ์บางอย่าง ที่เขาเชื่อว่ามันเป็นอัตลักษณ์แท้ๆ ของไทย ทั้งที่ในความจริงปัจจุบันมันได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว”

    ……….

    แฟชั่นเสื้อผ้าของสาวรุ่นสมัยใหม่ในเทศกาลสงกรานต์ ที่เน้นความวาบหวิวโชว์สัดส่วนอย่างเต็มที่ รวมถึงพอถูกน้ำสาดจนเปียกชุ่มโชกทั้งหมด ก็แนบเนื้อยิ่งทำให้เห็นสรีระและส่วนสัดที่เด่นชัดกระจ่างตามากขึ้น แต่พวกเธอก็ไม่ยี่หระ เพราะในชีวิตประจำวันปกติธรรมก็แต่งกายด้วยแฟชั่นเหล่านี้อยู่แล้ว ทำไมต้องไม่แต่งในช่วงสงกรานต์…

    ปัญหาโลกแตก ช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กในเรื่องโลกทัศน์ของเสื้อผ้าและแฟชั่นเครื่องแต่งกายคงไม่มีจุดที่พบกันได้ เพราะถึงอย่างไร ก็ได้เพียงแค่การรณรงค์ขอความร่วมมือไม่ให้แต่งตัวโป๊หรือวาบหวิว รวมถึงห้ามเข้าในสถานที่ซึ่งเป็นที่เคารพทางศาสนาเพื่อความเหมาะสม ซึ่งเป็นการลงโทษเพียงตามแนวทางของวิถีประชาและจารีตประเพณี แต่ไม่มีผลทางกฎหมาย

    ตามท้องถนนและย่านการค้า สถานบันเทิงต่างๆ พวกเธอก็ยังเริงรื่นเบิกบานในวันสงกรานต์อย่างเต็มที่ต่อไป…นี่คือภาพของความจริงของสังคมไทยในเทศกาลสงกรานต์

     

    ที่มา     http://yoddiary.wordpress.com

  • โพลเผยวัยรุ่นชายเตรียมใช้เทศกาลสงกรานต์ลวนลามหญิง

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    กรุงเทพฯ 4 เม.ย.- โพลสงกรานต์พบวัยรุ่นมองลวนลาม-คุกคามทางเพศปัญหาใหญ่ เร่งแก้ไข ขณะที่ยังมีวัยรุ่นบางส่วนเตรียมใช้เทศกาลสาดน้ำลวนลามหญิง ทำได้ไม่ผิดกฎหมาย ต้นเหตุจากน้ำเมากระตุ้น ขณะที่ร้อยละ 70หนุนเปลี่ยนค่านิยมให้เกียรติ เครือข่ายหญิง-สสส.ชวนผู้ชายหยุดฉวยโอกาส “สาด..ไม่แต๊ะอั๋ง”

    มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก จัดกิจกรรมรณรงค์หยุดการคุกคามทางเพศของวัยรุ่นช่วงสงกรานต์ ภายใต้แคมเปญ “สาด…ไม่แต๊ะอั๋ง…แมนโคตรๆ” ในงานมีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ชุด “ขอมือเธอหน่อย” จากนั้นปล่อยขบวนรถมอเตอร์ไซค์โบราณออกรณรงค์ เพื่อเชิญชวนวัยรุ่นหนุ่มสาวหยุดฉวยโอกาส หยุดลวนลาม คุกคามทางเพศช่วงสงกรานต์

    นายศุภชัย ใจยอง จากกลุ่มยังวีเซ็นเต้ เปิดเผยผลสำรวจ “มุมมองวัยรุ่นชายต่อปัญหาล่วงละเมิดทางเพศช่วงสงกรานต์” ว่า ทางเครือข่ายเยาวชนฯ ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นเยาวชนชายอายุระหว่าง15 – 25 ปี จำนวน 664 ตัวอย่าง ในพื้นที่ กทม.ระหว่างวันที่ 26 – 30 มี.ค.2556 พบว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญวันสงกรานต์เรื่องการสาดน้ำ ประแป้งร้อยละ 54 รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ร้อยละ 20 การแตะเนื้อต้องตัวกันได้ร้อยละ 9 การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ร้อยละ 7 ส่วนปัญหาที่คิดว่าจะเกิดขึ้นมากในวันสงกรานต์ คือ ทะเลาะวิวาท ร้อยละ 30 แต่งตัวล่อแหลมร้อยละ 27 อุบัติเหตุจากการขับรถ ร้อยละ 16 การลวนลาม คุกคามทางเพศร้อยละ 13 การสาดน้ำรุนแรงร้อยละ 12

    เมื่อถามถึงปัญหาการลวนลาม คุกคามทางเพศของวัยรุ่นในช่วงสงกรานต์ กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่งหรือร้อยละ 57 มองเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข และร้อยละ 26 เป็นเทศกาลแห่งโอกาสใครๆ ก็ทำได้ไม่ต้องสนใจกฎหมาย ส่วนร้อยละ 17 มองเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้การลวนลาม คุกคามทางเพศเกิดขึ้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59 ระบุว่า มาจากการดื่มสุราร้อยละ 14 ค่านิยมที่ผิดไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น ร้อยละ 9 เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยร้อยละ 6 การยุยงส่งเสริมของเพื่อนร้อยละ 6 การพึ่งพายาเสพติดร้อยละ 5

    นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยหากมีมาตรการป้องกัน แก้ปัญหาโดยร้อยละ 40 ต้องการให้บังคับใช้กฎหมายร้อยละ 37 รณรงค์สร้างจิตสำนึก สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง เคารพและให้เกียรติซึ่งกันร้อยละ 23 มีหน่วยงานร้องเรียนช่วยเหลือให้คำปรึกษา ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากถึงร้อยละ70 เห็นด้วยกับการรณรงค์ เปลี่ยนค่านิยมใหม่ ด้วยการให้เกียรติกัน ไม่ฉวยโอกาส ไม่ดื่มสุรา ไม่เสพสารเสพติด ไม่แต่งกายล่อแหลม และร้อยละ 77 เห็นว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องปรับปรุงอย่างมากในช่วงสงกรานต์ คือการเข้มงวด ตรวจจับผู้ที่ทำผิดกฎหมายในพื้นที่ กทม. นอกจากนี้ กว่าร้อยละ 60 เห็นด้วยหากห้ามขาย ห้ามดื่มสุราในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์

    ด้านนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่และเครือค่ายวัยรุ่นช่วยกันสอดส่องไม่ให้เกิดการลวนลามหรือแต๊ะอั๋งในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ โดยเฉพาะต้องเข้มงวด หากพบการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องจับกุมทันที และฝากผู้หญิงให้แต่งกายมิดชิดและต้องกล้าเอาผิดออกมาปกป้องสิทธิตนเองไม่อยู่เฉย อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาวัฒนธรรมอันดีงามและตำรวจอย่ามองเป็นเรื่องเล้กที่มองปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น.-สำนักข่าวไทย

     

    ที่มา     http://www.mcot.net

  • เศร้าใจสงกรานต์! ลวนลาม – วัยรุ่นใส่เสื้อชั้นในเล่นน้ำ

    Date: 2013.04.05 | Category: ลวนลาม, วัยรุ่น, สงกรานต์, เศร้าใจ, เสื้อชั้นใน | Response: 0

    สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
    ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

    การเล่นสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ 2551 ในวันที่ 15 เมษายน ซึ่งดำเนินติดต่อกันมาเป็นวันที่ 4 และเป็นวันสุดท้ายแล้วนั้น ปรากฏว่า จุดที่ผู้คนนิยมไปเล่นสาดน้ำ อาทิ ถนนข้าวสาร กทม. เริ่มคึกคักขึ้นตั้งแต่หัววัน เช่นเดียวกับที่ถนนสีลม ช่วงตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ที่กลายเป็นอีกจุดที่มีฝูงชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่น หนุ่มสาว เข้ามาเล่นสาดน้ำกันจนรถราติดขัด

    นอกจากนี้ จากการตระเวนตามสถานที่เล่นสาดน้ำทั่วกรุงและปริมณฑล พบว่าการเล่นสงกรานต์ที่ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ได้สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้เส้นทางสัญจรอย่างมาก เพราะรถติดขัดยาวเหยียดตลอดทั้งเส้นประมาณ 10 กิโลเมตร เนื่องจากมีรถกระบะจอดเรียงรายปิดช่องทางจราจรทั้งขาไปและกลับ เพื่อเล่นน้ำสงกรานต์ พร้อมกันนี้รถบางคันยังเปิดเพลงดังกระหึ่ม

    ขณะเดียวกันมีการขายเหล้าเบียร์ไม่อั้น ทำให้บรรยากาศการเล่นสาดน้ำในบริเวณนี้มีครบเครื่อง ทั้งเรื่องชกต่อยระหว่างวัยรุ่นชาย การลวนลาม อนาจาร รุมประแป้งวัยรุ่นสาวๆ มีให้เห็นไม่ขาดระยะ ซึ่งหญิงสาววัยรุ่นบางรายก็ท้าทายสายตาด้วยการใส่เสื้อยืดแนบเนื้อมา และเมื่อเมาได้ที่ก็กระโดดขึ้นไปบนท้ายรถกระบะ วาดลวดลายเต้นยั่วยวน ท่ามกลางวัยรุ่นกลัดมันที่ส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน

     

     

    ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อย ถึงการจัดระเบียบการเล่นสงกรานต์ในบริเวณดังกล่าว ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่อยากตักเตือน เพราะ 1 ปีมีครั้งเดียว เหมือนกับวันปล่อยผีของบรรดาเด็กวัยรุ่น

    ส่วนที่ถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทางสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารจัดให้มีการเล่นสาดน้ำกัน ทำให้มีผู้คนหลายหมื่นคนเข้าไปเล่นสาดน้ำอย่างเมามัน ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็ยังคงใช้สถานที่รอบๆ ถนนข้าวสาร เล่นประแป้งกันอย่างมันมือ ส่งผลให้พื้นถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำแป้งสีขาวโพลนไปหมด โดยเฉพาะสาวๆ วัยรุ่นที่เดินทางมาเล่นสาดน้ำบริเวณนี้ ทุกคนที่ถูกหนุ่มๆ นำแป้งมาประที่แก้มและใบหน้า ก็ไม่ได้มีอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับส่งยิ้มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความสนุกสนาน บางรายสวมเสื้อยืดใส่ขาสั้นมาเพียงชั้นเดียวมาเที่ยว และเมื่อเปียกน้ำเข้าก็เห็นลึกไปถึงชุดชั้นใน กลุ่มวัยรุ่นสาวเหล่านี้ก็ยังสามารถขยับโยกย้ายส่ายสะโพก เต้นแร้งเต้นกาได้อย่างไม่อายสายตาใคร

    ขณะที่บรรยากาศการเล่นสงกรานต์วันสุดท้ายในหลายจังหวัด ก็คึกคักไม่แพ้กัน มีประชาชนออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานกันตั้งแต่เช้า และยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นในช่วงบ่าย โดยที่นิยมกันมากคือนำถังน้ำใส่รถกระบะออกมาวิ่งสาดน้ำกันเป็นที่ครึกครื้น ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่มีปัญหาติดขัด

     

     

    และปัญหาที่ตามมาคือ มีเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยไล่ฟันเกิดขึ้นหลายจุด เช่นที่ถนนข้าวหลาม มีเหตุชกต่อยใช้ขวดเบียร์ขว้างและวิ่งไล่ตีกันของวัยรุ่น และมีรถยนต์ของทหารได้รับความเสียหายและโต้เถียงจนเลยเถิดมีการใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าข่มขู่ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เช่นเดียวกับที่ถนนสายจีระ หน้าคอร์ตสนามแบดมินตัน มีเหตุทะเลาะวิวาทไล่ตีกันจนได้รับบาดเจ็บหัวแตกหนังศีรษะเปิดเลือดไหลอาบ เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าจะเข้าไปถึงที่เกิดเหตุทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายหลบหนีไปก่อนแล้ว

    อย่างไรก็ดี การเล่นสงกรานต์สุดห่ามจนเกิดเหตุน่าสลด เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน โดยเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งมีหญิงสาวถูกจับโยนน้ำเล่นสงกรานต์ จนจมน้ำเสียชีวิตที่คลองชลประทาน ริมถนนสายวิเศษชัยชาญ-บางจัก หรือถนนข้าวสุก บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ม.5 ต.คลองขนาก จึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เคราะห์ร้ายถูกงมขึ้นจากน้ำและนำส่งโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ ชื่อ น.ส.ชิดชนก ช่างยา อายุ 26 ปี แต่เสียชีวิตระหว่างทาง แพทย์ระบุสาเหตุว่าจมน้ำจนขาดอากาศหายใจ

    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนจำนวนหนึ่ง ได้ชวนกันออกมาเล่นสงกรานต์เรื่อยไปตามถนนข้าวสุก พอไปถึงที่เกิดเหตุได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเล่นสงกรานต์เช่นกัน กรูกันเข้ามาประแป้งสาดน้ำ แต่ยังไม่หนำใจได้ช่วยกันจับร่างของหญิงสาวโยนลงไปในน้ำ และกระโดดตามลงลวนลามต่อ จนหญิงสาวจมน้ำไปต่อหน้า หลังกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวจากไป กลุ่มเพื่อนจึงช่วยกันงมร่างพาส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิตลงอย่างน่าสลดใจดังกล่าว

     

     

     

    ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายศุทธนะ ธีวีระปัญญา ผวจ.อ่างทอง ได้ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จ.อ่างทอง และมีความคิดว่าจะให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด คุมเข้มการเล่นน้ำสงกรานต์ของวัยรุ่นที่ไม่สุภาพและส่อไปในทางอนาจาร มีการทะเลาะวิวาทบ่อย ที่ถนนข้าวสุก อ.วิเศษชัยชาญ พร้อมทั้งกำชับตำรวจเข้มงวดกวดขัน แต่บรรดาวัยรุ่นที่คึกคะนองด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กลับไม่รู้สึกเกรงกลัว และก่อเหตุกระทำอนาจารลวนลามหญิงสาวบนถนนอีก

    แต่เมื่อถูกเจ้าหน้าที่จับกุม จึงเปลี่ยนไปใช้วิธีปฏิบัติการในน้ำ เพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่ โดยจะใช้วิธีการรุมเข้าไปจับอุ้มหญิงสาวโยนลงไปในคลองน้ำริมถนน และตามลงไปคลึงเค้น “บีบแตร”และลวนลามทางเพศกันอย่างโจ๋งครึ่มและกว่าที่เหยื่อสาวจะตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำได้ก็ย่ำแย่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของกองเชียร์ และผู้เห็นเหตุการณ์ เท่านั้นยังไม่หนำใจยังมีหนุ่มสาวบางคู่ยืนกอดรัดกันกลางถนน และมีหญิงสาวซึ่งคาดว่าคงดื่มสุราเข้าไปถอดเสื้อเหลือแต่ยกทรง นุ่งกางเกงสั้นจู๋ขึ้นไปยืนเต้นโชว์อย่างไม่อายสายตาคนนับพันคนด้วย

     

     ที่มา     http://hilight.kapook.com

  • วัยรุ่น1ใน3ดวดเหล้า…1ใน10ตั้งใจมีเซ็กซ์…วันสงกรานต์

    Date: 2013.04.05 | Category: ดื่มเหล้า, ตั้งใจมีเซ็กซ์, วันสงกรานต์, วัยรุ่น | Response: 0

    ใน 3 คนจะดื่ม 1 คน มีวัยรุ่น 10.1% ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์
    มี 62.3% ไม่ตั้งใจ อีก 27.6% ยังไม่แน่ใจ
    สรุปวัยรุ่น 1 ใน 10 คนตั้งใจมีเพศสัมพันธ์ในช่วงสงกรานต์ ——————————————————————–

    นายศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานสถาบันวิจัยเอแบคโพล แถลงเมื่อวันที่ 8 เมษายน ที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ว่า
    วธ.ร่วมกับสำนักวิจัยเอแบคโพลสำรวจความเห็นเยาวชนเกี่ยวกับการเล่นสงกรานต์จำนวน 1,500 คน
    ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 4 เมษายนที่ผ่านมา พบว่า

    ปัญหาวันสงกรานต์ที่วัยรุ่นกังวลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

    81.4% อุบัติเหตุจราจร
    58.5% ใช้น้ำสกปรกน้ำแข็งในการเล่น
    58% กังวลเรื่องการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน
    53.4% กังวลเรื่องปัญหาจราจรติดขัด
    49.1% การลวนลามล่วงเกินทางเพศ การแต่งตัวล่อแหลม

    ในประเด็นการดื่มแอลกอฮอล์ มี

    17.8% ตั้งใจดื่ม อีก
    52.8% ไม่ดื่ม และ
    29.4% ยังไม่แน่ใจ

    สรุปได้ว่า ใน 3 คนจะดื่ม 1 คน มีวัยรุ่น
    10.1% ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์
    มี 62.3% ไม่ตั้งใจ
    อีก 27.6% ยังไม่แน่ใจ

    สรุปวัยรุ่น 1 ใน 10 คนตั้งใจมีเพศสัมพันธ์ในช่วงสงกรานต์

    ประเมินได้ว่าวัยรุ่นปัจจุบันคำนึงถึงความสนุกสนาน
    การหยุดพักผ่อนยาวสูงมากกว่ากิจกรรมในเชิงประเพณีวัฒนธรรม

    ……………………………….

    นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า

    ฝากพี่น้องประชาชนอย่าเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันรุนแรง จนเกิดอุบัติเหตุ
    หรือใช้แป้งลวนลามสตรีจนก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น
    ส่วนการแต่งกายที่ล่อแหลมของสตรีเป็นคนกลุ่มน้อย
    ถ้าแต่งโป๊มากเกินไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องเขัามาดูแลในจุดนี้

    ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค มีการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์บ้านบางแค
    ในงานมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และกิจกรรมต่างๆ อาทิ อวยพรผู้สูงอายุ
    และแห่พระพุทธรูปให้ผู้ป่วยสูงอายุที่เจ็บป่วยตามอาคารได้สรงนำพระ นางอรพรรณ ปัทมินทร์
    ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแคกล่าวว่า

    ตัวเลขผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
    พ.ศ.2546 อายุ 60 ปีขึ้นไปมี 63 ล้านคน
    ปี 2547 เพิ่มขึ้นเป็น 67 ล้านคน

    ภาวะดังกล่าวเกิดจากวิวัฒนาการทางการแพทย์
    แต่ปัญหาเรื่องทอดทิ้งคนชรายังเกิดขึ้นเสมอ
    เนื่องจากคนรุน่ใหม่ไม่เข้าใจ และขาดความเอื้ออาทร

    ด้านนางพิมพา พุ่มผลงาม ผู้ชนะเลิศการประกวดนางสงกรานต์บ้านบางแค กล่าวว่า ไม่อยากให้ลูกหลานไทยลืมความกตัญญูต่อบิดามารดา
    และอยากให้ช่วยกันดูแลผู้สูงอายุ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องการความรัก

    ———————————————-

    ที่มา     http://www.carefor.org

  • street fashion

    Date: 2013.04.05 | Category: street fashion, สตรีทแฟชั่น, แฟชั่น, แฟชั่นวัยรุ่น, แฟชั่นวัยรุ่นผู้หญิง | Response: 0

     ธนัชชา วรรณวัต (อายุ 16ปี)

    น้องแพทสาวใสวัย 16 มากับชุดเดรสสีขาวแต่ไม่หวานเลี่ยน เพราะหยิบเสื้อเชิ้ตยีนส์สีอ่อนมาใส่ทับ กันแสงแดดได้ด้วย และเลือกใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวเข้าชุด สะพายกระเป๋าข้างสีอ่อน ดูน่ารัก

    ที่มา: campus.sanook

  • แต่งตัวเล่นน้ำสงกรานต์ 2013

    Date: 2013.04.05 | Category: ไม่มีหมวดหมู่ | Response: 0

    ชุดใส่เล่นสงกรานต์

    เทศกาลวันสงกรานต์ ใกล้จะมาถึงแล้ววางแผนจะไปท่องเที่ยวที่ไหนหรือยัง ถ้าใครยังไม่มีแผนการไปไหนวันนี้ fashionhithot จะนำไปเที่ยวสถานที่ใกล้ๆบ้านพร้อมทั้งนำ แฟชั่นชุดใส่เล่นสงกรานต์ สวยๆมาฝากจะได้ใส่เล่นน้ำกันให้ทั้งสวยทั้งหล่อเลิศกันไปเลย แต่ก็ให้อยู่ในขอบเขตนะจ๊ะ เดี๋ยวจะไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะสาวๆ ซึ่งอาจมีคนบางกลุ่มที่เป็นภัยสังคมแอบซุ่มเดินเข้ามาแต๊ะอั่งได้ อันนี้ต้องระวังให้ดี สำหรับหนุ่มๆถ้าเป็นวันธรรมดาแอบชอบใครแล้วเดินไปจับแก้ม อาจโดนตบได้ฮ่าๆๆ แต่พอเป็นวันสงกรานต์ถือเป็นเรื่องปกติอาจจะพูดว่า เป็นวันถึงเนื้อถึงตัวก็ได้ คุณผู้หญิงทั้งหลาย แต่งตัวให้มิดชิดเที่ยวกันเป็นกลุ่มปลอดภัยไว้ก่อนนะจ้ะ เราไปดูแฟชั่นสวยๆกันก่อน ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง ช่วงนี้เสื้อสงกรานต์ราคาถูกๆมีให้เเลือกซื้อมากมายรีบเร่งไปจัดเตรียมไว้ได้เดี๋ยวจะไม่ทัน

     

    เสื้อใส่เล่นสงกรานต์น่ารักๆ

    ชุดใส่เล่นสงกรานต์ของสาววัยรุ่นน่ารักๆ

     

    แต่งตัวเที่ยวสงกรานต์กันเถอะ

    สงกรานต์ปีนี้เขาก็รณรงค์เที่ยวและเล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย สำหรับสาวๆคงจะต้องระมัดระวังตัวเองมากกว่าผู้ชาย ถ้าจะสวมเสื้อกล้ามสายเดี่ยวอย่างเดียวคงจะไม่ดีน้า เดี๋ยวเขาจะหาว่าตั้งใจโป๊ ถ้าจะให้ดีลองหาเสื้อเชิัตลายดอกใส่ไว้ข้างนอก ใส่คู่กับกางเกงชาวเลสีสันสดใสก็สวยน่ารักนะ เพราะนอกจากจะเหมาะกับเทศกาลสงกรานต์แล้ว ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยได้ด้วย ส่วนวัยรุ่นคนไหนที่ชื่นชอบความสดใสในแบบของวันสงกรานต์ สามารถเลือกสวมใส่เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายลายดอกแบบไทยๆ คู่กับกางเกงขาสั้นสีทึบ เสื้อเชิ้ตสีเจ็บ ๆ หรือเสื้อเชิ้ตสีสว่าง ๆ จะยกระดับความเซ็กซี่ได้ไม่ยาก เมื่อสวมเสื้อกล้ามเอาไว้ข้างใน แต่อ๊ะๆ อย่าใส่แค่เสื้อกล้ามมาเดินเฉิดฉายให้เปียกน้ำอย่างเดียว เดี๋ยวเขาจะหาว่าตั้งใจโป๊เอาซะเปล่า ๆ นะค้าา… ส่วนกลุ่มวัยรุ่นชาย ก็แต่งตัวหล่อได้ ด้วย เสื้อกล้ามแฟชั่นใส่เที่ยวสงกรานต์ที่สีสันสดใส กับกางเกงผ้าฝ้ายขาสั้น เวลาเปียกแล้วแห้งเร็วก็เท่ห์แบบง่ายๆได้แล้ว อย่าลืมหมวกกับแว่นกันแดดด้วยล่ะ ช่วงนี้มันร้อนม๊ากมาก

    ชุดใส่เล่นสงกรานต์วัยรุ่น

    เสื้อลายดอกแฟชั่นสงกรานต์ ใส่คู่กับกางเกงขาสั้น สำหรับวัยใสๆ

     

    สงกรานต์เที่ยวที่ไหนดีใกล้บ้าน

    ใครที่ยังไม่รู้จะไปเที่ยวสงกรานต์ที่ไหนดี fashionhithot มีสถานที่แนะนำใกล้ๆบ้าน คนต่างจังหวัดถ้าปีใหม่สงกรานต์ไม่ได้กลับบ้านลองแวะไปเที่ยวดู สามารถไปเล่นน้ำสงกรานต์ แล้วก็ไปร่วมงาน เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ปี 2556 ได้ในวันที่ 12-14 เม.ย 56 ซึ่งเป็นงานจำลองสงกรานต์ 4 ภาค 4 สถานที่ เลยนะ น่าสนใจมากสำหรับคนที่ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน ซึ่งสามารถไปร่วมทำบุญตามประเพณีของแต่ละภาคได้ ไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ เราก็สามารถร่วมสนุกในวันหยุดสงกรานต์ได้จ้า

    เที่ยวสงกรานต์ กับปืนฉีดน้ำ

    เล่นน้ำให้เย็นฉ่ำในวันสงกรานต์

    เล่นสงกรานต์ให้สนุก

    ประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์ ของคนกรุง

    เที่ยวสงกรานต์ตามประสาผู้ชาย

    เล่นน้ำสงกรานต์ตามประสาผู้ชาย

    สถานที่เล่นน้ำสงกรานต์ยอดฮิตในกรุงเทพฯ

    • ตรอกข้าวสาร

    ถนนที่เต็มไปด้วยหนุ่มสาววัยรุ่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มาร่วมสนุกและคลายร้อนกันอย่างสร้างสรรค์ โดยจะเริ่มเล่นกันประมาณวันที่ 13 – 15 เมษายน 2556 ตั้งแต่เวลาประมาณเช้ายันดึก ซึ่งเส้นทางสำหรับเล่นน้ำที่ข้าวสารจะเริ่มมีการปิดถนนเพื่อใช้เล่นสงกรานต์ ตั้งแต่บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามไปจนถึงสี่แยกคอกวัว เรื่อยไปจนเข้าสู่ถนนข้าวสาร แถมภายในบริเวณด้านปากซอยถนนข้าวสาร ยังมีการตั้งเวทีกลางบนถนนข้าวสารเพื่อใช้ในการเปิดงานมหาสงกรานต์บนถนนข้าวสารอีกด้วย

    • บริเวณลาน Central World

    Central World โดยจัดขึ้นในวันที่ 13 – 15 เมษายน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 22.00 น. และก็ยังมีคนพูดถึงกันอยู่มากมาย เพราะทางห้างได้เนรมิตบริเวณหน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์อันกว้างขวางให้วันร้อน ๆ กลายเป็นวันแห่งความชุ่มฉ่ำ แถมยังมีการจัดจุดเพื่อการเล่นน้ำตามประเพณีสงกรานต์ในวันขึ้นปีใหม่ไทย เช่น การสรงน้ำพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล พอตกเย็นก็ถึงเวลาแห่งเสียงเพลง อย่างนี้แหละถูกใจวัยรุ่นกันแน่นอน มีการเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก รวมทั้งจัดบริเวณเพื่อฉีดโฟมแทนการเล่นน้ำอีกด้วย

    • ถนนสีลม

    เสน่ห์ของสีลมที่ไม่เหมือนกับจุดเล่นสงกรานต์อื่น ๆ คือส่วนมากตรงจุดต่าง ๆ ที่ให้เล่นสงกรานต์มักจะจัดในเวลากลางวัน แต่สำหรับสีลมแล้วมีทั้งกลางวัน กลางคืน แหม! ช่างเป็นที่ที่เอาใจวัยรุ่นซะเหลือเกิน แถมยังมีสีสันจากบรรดาร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ นำกิจกรรมมาให้เล่นกันอีกด้วย ซึ่งจะมีการเริ่มเล่นตั้งแต่บริเวณถนนสีลมขาเข้าและขาออก ตั้งแต่ด้านหน้าโรงแรมดุสิตธานี เรื่อยไปจนถึงแยกศาลาแดง (ถนนสีลมตัดถนนพระราม 4) ถึงแยกนราลม (ถนนสีลมตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์) อีกทั้งยังปิดการจราจรไม่ให้รถเข้าออก โดยจะมีการเริ่มเล่นตั้งแต่ เวลา 14.00 – 20.00 น.

     

    หลังจากเล่นน้ำกันสนุกแล้วก็มาร่วม”เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ ประจำปี 2556 กันในวันที่ 12-16 เม.ย56 เป็นกิจกรรมจำลองสงกรานต์ในแต่ละภาค มี 4 ภาค 4 สถานที่ ดังนี้

    • การจัดสงกรานต์ภาคเหนือ ณ วัดพระเชตุพลวิมนมังคราราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
    • การจัดสงกรานต์ภาคกลาง ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
    • การจัดสงกรานต์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วัดราชโอรสราม
    • การจัดสงกรานต์ภาคใต้ ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

    กิจกรรมภายในงาน

    สรงน้ำพระ

    สรงน้ำพระ

    ประเพณีสงกรานต์

    ประเพณีสงกรานต์แบบไทยๆ

    ก่อกองทราย

    ก่อกองทราย

     

    • สรงน้ำพระ
    • ก่อเจดีย์ทราย
    • การแสดงศิลปวัฒนธรรม
    • การสาธิตหัตถกรรม และจำหน่ายสินค้า พื้นบ้าน อาหารพื้นเมืองของแต่ละภาค (ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้)
    • และการรณรงค์แต่งชุดไทยเข้าวัด-ทำบุญ จัดทำจุดถ่ายภาพ Photo Backdrop สำหรับสร้างสีสัน ภายในงาน

     

    ที่มา     http://fashionhithot.com/

  • ‘อเล็กซ์’ โล่งจับได้ใบดำ น้ำตาคลอส่งข้อความบอกเต้ย

    Date: 2013.04.05 | Category: อเล็กซ์, อเล็กซ์ เรนเดลล์, เกณฑ์ทหาร, เต้ย | Response: 0

    “อเล็กซ์” โล่งจับได้ใบดำ ไม่ติดทหาร น้ำตาคลอโทรบอกแม่ ส่งข้อความบอก “เต้ย” แล้ว เผยโล่งเตรียมลุยงานต่อเต็มที่
    เรียกได้ว่าโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม “อเล็กซ์ เรนเดลล์” หลังจากตัดสินใจไม่ยื่นผ่อนผันคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการ ประจำปี 2556 ที่โรงเรียนวัดบางนาใน เขตบางนา ซึ่งหนุ่มอเล็กซ์ก็จับได้ใบดำ ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร งานนี้หนุ่มอเล็กซ์ก็เปิดเผยความรู้สึกว่า
    “ก็เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ลุ้นมาก ตื่นเต้นมากครับ มันเหมือนเป็นวันตัดสินชีวิตของเราในปีนี้เลย คือถ้ามันจะใช่ก็ใช่ เราก็ห่วงงานที่ยังค้างอยู่ เพราะว่าตอนนี้ก็มีหนังด้วย แล้วละครเรืองนึงก็ใกล้จะปิด ส่วนสามีตีตราก็ถ่ายไปได้ครึ่งนึงแล้ว ก็รู้สึกดีที่ไม่ได้ทำให้กองถ่ายเดือดร้อนครับ คือปีนี้เราก็มาแล้วผมก็อยากจะทำให้เสร็จๆ ไปเลย จะได้เริ่มต้นได้จริงจังสักที เพราะตั้งแต่เรียนจบก็มีแค่เรื่องทหารนี่แหละครับที่ยังติดๆ ค้างๆ อยู่ จริงๆ ที่ผมมาก็เตรียมใจไว้ระดับนึงแล้วเหมือนกัน”
    เมื่อถามว่า คุณแม่ว่าอย่างไรบ้าง หนุ่มอเล็กซ์ก็ตอบว่า “แม่ก็บอกว่าก็ดีครับ จะได้ทุ่มเททำงานได้อย่างเต็มที่สักทีนึงเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก บอกว่าเดี๋ยวกลับบ้านค่อยมาคุยกัน ส่วนเต้ยก็ยังไม่ได้บอกเลยครับแต่ส่งข้อความไปแล้วว่าได้ดำ หลังจากนี้ไปก็เตรียมตัวลุยงานได้เต็มที่ครับ”
    Source : news center/inn

     

    ที่มา: campus.sanook

  • จุฬาฯเจ๋ง! ผสมเทียมปะการังสำเร็จ

    Date: 2013.04.05 | Category: จุฬาฯเจ๋ง! ผสมเทียมปะการังสำเร็จ | Response: 0

     

    เมื่อวันที่ 2 เมษายน รศ.วรณพ วิยกาญจน์ พร้อมด้วย รศ.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความสำเร็จในโครงการวิจัยการเพาะปะการังแบบอาศัยเพศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการอนุรักษ์พันธุ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตปะการังฟอกขาว และฟื้นฟูแนวปะการังในประเทศไทย ว่า หลังจากปล่อยลงสู่ทะเลธรรมชาติแล้ว ปะการังมีความแข็งแรง ดำรงอยู่ในธรรมชาติได้ และยังสามารถผสมพันธุ์ในธรรมชาติจนออกไข่ปะการังรุ่นหลานได้สำเร็จ

    รศ.วรณพกล่าวว่า กลุ่มการวิจัยชีววิทยาแนวปะการัง ใช้การผสมเทียม โดยศึกษาวิจัยในพื้นที่หมู่เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำตัวอ่อนปะการัง มาอนุบาลในระบบเลี้ยงเป็นเวลา 2 ปี ก่อนนำกลับคืนถิ่นสู่ทะเลเกิด โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีการตรวจพบเซลล์สืบพันธุ์จากตัวอ่อนปะการังเขากวาง ซึ่งเป็นรุ่นที่เพาะฟักในปี 2551 นำมาอนุบาล 2 ปี แล้วนำกลับคืนท้องทะเล เมื่อ 2553 พบว่าปะการังที่มีอายุเพียง 5 ปี หลังการเพาะฟัก สามารถพัฒนาสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ ซึ่งไม่เคยปรากฏมีการศึกษาเรื่องนี้มาก่อน

    รศ.สุชนากล่าวว่า พื้นที่หมู่เกาะแสมสาร มีปัจจัยด้านตะกอนแขวนลอยในมวลน้ำค่อนข้างสูง และยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่หลากหลายและเติบโตเร็วกว่า จึงต้องอนุบาลตัวอ่อนให้มีขนาดที่เหมาะสม สามารถปกป้องตัวเองได้ก่อนนำกลับคืนสู่ถิ่นเกิด และเมื่อเปรียบเทียบกับแบบปล่อยตามธรรมชาติแล้วพบว่ามีอัตราการรอดสูงกว่า 40-50%

     

    ที่มา: campus.sanook

  • ฮือฮา โชว์”แหวนต้นกำเนิด”"เดอะ ลอร์ด เดอะ ริง”เป็นครั้งแรก เชื่อเจ้าของลั่น”คำสาปอาถรรพ์”(ชมภาพ)

    Date: 2013.04.05 | Category: เจอาร์อาร์ โทลเกี้ยน, เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง, แหวนทองยุคโรมัน | Response: 0

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 เม.ย.ว่า แหวนทองยุคโรมัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหวนที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่”เจอาร์อาร์ โทลเกี้ยน”เขียนนวนิยาย”เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง”ขึ้น ได้ถูกนำมาแสดงเป็นครั้งแรกในนิทรรศการที่มีขึ้นในเมืองนิวแฮมป์เชียร์ ประเทศอังกฤษ

    รายงานระบุว่า แหวนดังกล่าวซึ่งเป็นแหวนทองคำหนัก 12 กรัม ถูกฝังไว้ และถูกค้นพบโดยชาวนารายหนึ่ง เมื่อช่วงศตวรรษที่ 80 ในเมืองแห่งหนึ่งของอาณาจักรโรมัน ซึ่งนักประวัติศาสตร์เชื่อว่า มันเป็นของชาวโรมันชื่อว่า″ซิลเวียนุส”ซึ่งได้ฝังแหวนดังกล่าว พร้อมกล่าวคำสาปไว้หากมันถูกขโมยไป โดยแหวนวงนี้ถือว่าค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ เพราะจะสามารถใส่ได้กับนิ้วมือที่ต้องสวมถุงมือ และมีอักษรเขียนคำว่า″เซนิเซียนุสมีชีวิตอยู่ดีได้เพราะพระเจ้า″ และว่า หลังจากแหวนถูกค้นพบ มันได้ถูกขายให้แก่ครอบครัวชาวชูเต้ ซึ่งครอบครองมันเป็นเวลาหลายศตวรรษในเมืองแฮมป์เชียร์ของอังกฤษ ก่อนจะตกทอดเป็นของหน่วยงานดูแลโบราณวัตถุของอังกฤษ เมื่อปี 1930

    ทั้งนี้ นักประวัติศาสตร์เผยว่า หลังจากแหวนดังกล่าวถูกขุดพบและนำไปขาย นายซิลเวียนุสซึ่งเป็นเจ้าของได้อาฆาตแค้น และได้ขอให้เทพเจ้าเทพเจ้าโนเด็นลงโทษ ขณะที่นักโบราณคดีใหญ่รายหนึ่ง ได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหวนวงนี้กับคำสาปอาถรรพ์ และเขาได้ขอให้เจอาร์อาร์ โทลเกี้ยน เขียนงานเกี่ยวกับเทพเจ้าโนเด้น

     

     

    ที่มา: campus.sanook

  • “หนังสือ” ประตูสู่มิติเข้าใจความเป็นมนุษย์ เรียนรู้เพื่อนบ้านอาเซียนผ่าน “การอ่าน”

    Date: 2013.04.05 | Category: tk park, กลุ่มประเทศอาเซียน, การอ่าน, สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ | Response: 0

    สถานการณ์การอ่านของคนในกลุ่มประเทศอาเซียน มีความคล้ายคลึงกันประการหนึ่ง คือ ขาดโอกาสและมีอุปสรรคในการเข้าถึงหนังสือ เนื่องจากปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐานของประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียน สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นในประเทศ ได้จัดประชุมวิชาการ Thailand Conference on Reading 2013 หัวข้อ “อ่านเพื่อความเท่าเทียม” เมื่อเร็ว ๆ นี้ หวังกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่นำมาสู่ปัญหาของการอ่านและการเข้าถึงหนังสือดี โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน

    ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการ สบร. และผู้อำนวยการ สอร. กล่าวว่า สอร.มีแนวคิดส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมแก่เด็กและเยาวชนไทย ที่จะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Community) การประชุมสัมมนาวิชาการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการอ่านการเรียนรู้กับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เพื่อขยายองค์ความรู้ที่มีต่อประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศทางด้านนโยบายการอ่าน และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้อันจะนำไปสู่ความเข้าใจซึ่งกันมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด Towards ASEAN Citizenship with Books and Reading

    การประชุมครั้งนี้นอกจากมีวิทยากรรับเชิญจาก 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย เมียนมาร์ และเวียดนาม มาแบ่งปันประสบการณ์และนำเสนอแนวคิดในการส่งเสริมการอ่านเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในบริบทของประเทศตนเองแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษเรื่อง “วัฒนธรรมหนังสือในอุษาคเนย์” โดย ดร.สุเนตรกล่าวว่า การอ่านหนังสือมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหรือนิสัยของคนในแต่ละประเทศ เพราะหนังสือมีส่วนสำคัญอันเสมือนเป็นประตูที่ทำให้เข้าใจมิติความเป็นมนุษย์ เข้าใจเพื่อนบ้านอย่างแท้จริง

    “ปัจจุบันเวลาที่กล่าวถึงอาเซียน เรามักให้น้ำหนักไปทางมิติเศรษฐกิจ เรื่องของผู้นำ การเมือง และกองทัพในบางภาคส่วน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ทุกชาติในอาเซียนเหมือนกันหมด ซึ่งเป็นการมองเพื่อนบ้านโดยไม่ได้เน้นมิติความเป็นมนุษย์ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมิติทางสังคมวัฒนธรรมเท่าไรนัก ทั้งที่มิติด้านนี้นำมาซึ่งเป็นความมั่นคงของมนุษย์ ความเข้าใจสัมพันธ์อันดี มีความเป็นเอกภาพต่อกัน ดังนั้น การทำให้ประชาชนในอาเซียนเข้าใจ เห็นคุณค่า และไว้เนื้อเชื่อใจกัน จะต้องวางอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับ และเคารพกันและกัน ซึ่งหนังสือเป็นสื่อที่ทำให้เราสามารถเข้าใจเพื่อนบ้านอาเซียนในมิติความเป็นมนุษย์ได้”

    รศ.ดร.สุเนตร อธิบายต่อว่า จากงานวิจัยของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีงานวิจัยหลายโครงการที่ทำการสำรวจว่าเพื่อนบ้านคิดเกี่ยวกับไทยอย่างไร และไทยคิดเกี่ยวกับเพื่อนบ้านอย่างไร โดยศึกษาจากงานวรรณกรรมของหลายประเทศ เช่น งานวิจัยหนังสือของกัมพูชา โดย ดร.ใกล้รุ่ง อามาระดิษ ศึกษานิยายเรื่อง มาลาดวงจิต เป็นนิยายรักระหว่างหนุ่มกัมพูชากับสาวไทย ภายใต้บรรยากาศสงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างไทยและกัมพูชา

    วรรณกรรมเล่มนี้สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของคนไทยในสายตาคนกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลงไทย สตรีไทย การนุ่งห่มแต่งตัว คำพูด รอยยิ้ม ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นมิติของความเป็นมนุษย์

    นอกจากนี้ หนังสือแต่ละเล่มยังช่วยให้เข้าใจบริบททางสังคมที่หนังสือนั้น ๆ ถูกเขียนขึ้น เช่นกรณีของหนังสือเรื่อง ขอตั๋วใบหนึ่งกลับไปสู่วัยเด็ก ของประเทศเวียดนาม ซึ่งได้รางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมซีไรต์ ปี 2010 เป็นหนังสือที่มีลีลาการเขียนอ่อนโยน นำเสนอโลกของเด็กที่เต็มไปด้วยจินตนาการ แต่ผู้ใหญ่อาจไม่เข้าใจ สะท้อนให้เห็นว่ารสนิยมในการบริโภคหนังสือและโลกทัศน์ของชาวเวียดนาม ได้เปลี่ยนแปลงจากเรื่องของการปฏิวัติ การต่อสู้ ไปสู่เรื่องที่มีมิติความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น

    “ปัจจุบันคนเวียดนามกำลังให้คุณค่ากับสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น เนื้อหาของหนังสือที่อ่านก็เป็นไปในทำนองนี้ โลกของเวียดนามตอนนี้ไม่ใช่โลกแห่งความขัดแย้ง เพราะหนังสือเปิดโลกแห่งความสนใจของคนเวียดนามไปสู่การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองและสังคม”

    “กล่าวได้ว่า หนังสือเป็นสิ่งที่ทำให้เราเกิดความเข้าใจเพื่อนบ้านในมิติที่ลุ่มลึกขึ้น นี่คือสิ่งที่มีความสำคัญมาก หนังสือเปรียบเสมือนหน้าต่างหรือประตูที่เผยให้เห็นมิติความเป็นมนุษย์ของแต่ละประเทศ หากส่งเสริมให้ทุกคนอ่านหนังสือของเพื่อนบ้านจะช่วยทำให้เข้าใจความเป็นมนุษย์และตัวตนของคนในอาเซียนด้วยกันได้ดียิ่งขึ้น” รศ.ดร.สุเนตร กล่าวทิ้งท้าย

     

    ที่มา: campus.sanook

  • เสื้อกันหนาวหูหมี น่ารักอ่ะ

    Date: 2013.04.04 | Category: เก๊ตดี้, เสื้อกันหนาว, เสื้อคลุม, เสื้อคลุมมีฮู้ด, แฟชั่นหน้าหนาว | Response: 0

    วันนี้เก๊ตดี้ขอเอาใจสาวๆ ที่อยากเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายในหน้าหนาวที่ใกล้จะมาถึง ด้วยเทรนด์น่ารักๆ ที่วัยรุ่นวัยทีนต้องมีไว้ครอบครอง นั้นคือ แฟชั่นเสื้อกันหนาว ที่พิเศษในการออกแบบฮู้ดเป็นหูหมี หูกระต่าย ยิ่งตอนนี้เห็นซุปตาร์ตัวแม่หลายคนกำลังอินเทรนด์กับ หมวกหูแมว จนทำให้ตอนนี้เทรนด์อะไรที่เกี่ยวกับหู ไม่ว่าจะเป็นที่คาดผม หมวก หรือเสื้อกันหนาว กลายเป็นไอเทมที่สาวๆ หลายคนขาดไม่ได้

    นอกจากอินเทรนด์แล้ว เวลาใส่เสื้อกันหนาวน่ารักๆ แบบนี้ เราจะดูเป็นสาวขี้อ้อนที่ต้องการคนดูแล สำหรับใครที่ชอบเสื้อกันหนาวผ้าหนานุ่ม อาจจะต้องดูกิจกรรมที่ทำในวันนั้นนิดนึงนะคะ เพราะ อากาศบ้านเราไม่ได้หนาวหิมะตกแบบต่างประเทศ ยังไงก็ดูสภาพอากาศควบคู่ด้วยล่ะกัน เห็นแบบนี้แล้ว เพื่อนๆ Sanook! Campus อย่ารอช้า รีบไปดูแฟชั่นแบ๊วๆ นี้กันได้เลยค่ะ ^^

     

    เรื่องโดย เก๊ตดี้

    ภาพประกอบจาก wantu.taobao

     

    เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว เสื้อกันหนาว เสื้อกันหนาว เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว

    เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว

    เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว

    เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว

    เสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาวเสื้อกันหนาว เสื้อกันหนาว

     

    ที่มา: campus.sanook

เรื่องล่าสุด

ความเห็นล่าสุด

    คลังเก็บ

    หมวดหมู่

    Meta